2007/Feb/07

ช่วงนี้มีประเด็นร้อนที่เกิดต่อ ๆ กันอยู่หลายเรื่อง ข้าพเจ้าก็เกิดคันไม้คันมือ (คันนิ้ว) จึงต้องขอร่วมวงเขียนบทความด้วยสักหน่อย

จุดเริ่มต้นของ "ฉากองก์" ใหม่นี้ก็คือ การให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร กับ CNN โดยขณะที่พำนักอยู่ที่เมืองสิงคโปร์ หลังจากนั้น คุณทักษิณก็มีคิวให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอีกหลายสำนัก ซึ่งบางอันที่จริงแล้วก็เป็นเครือข่ายเดียวกันนั่นแหละ

ทางฝ่ายรัฐนอกจากจะเริ่มต้นจาก การแสดงท่าทีไม่พอใจต่อสิงคโปร์แล้ว ก็ยั้งมีแถลงการต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับ "สื่อในประเทศ" บางเจ้า ถล่มด่าคุณทักษิณในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสัมภาษณ์ที่คุณทักษิณให้ไว้กับสำนักข่าวต่างประเทศ หรือ การอ้างว่ามีการจัดทำบทความเปรียบเทียบแนวคิดเศรษฐกิจ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

โดยมาสรุปเอาที่ว่า ยุทธศาสตร์การรุกของคุณทักษิณในครั้งนี้ จัดทำโดยบริษัท lobbyist แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

อย่างที่เคยบอกไว้ตั้งแต่ตอนเปิด blog เมื่อปีที่แล้ว ว่าข้าพเจ้าเป็นกลาง ไม่ได้เกลียดทักษิณแบบไร้เหตุผล แล้วข้าพเจ้าก็ไม่ได้รักคนที่ไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่นแบบนี้ด้วยเหมือนกัน

อย่างที่ได้จั่วไว้แล้วเช่นกันว่า "ช่วงนี้มีประเด็นร้อนที่เกิดต่อ ๆ กันอยู่หลายเรื่อง" ดังนั้นวันนี้ข้าพเจ้าจะมาพูดเรื่องบทสัมภาษณ์ชิ้นหนึ่งที่ทักษิณ ซึ่งตอนนี้มีประเด็นเกิดขึ้น (ก็นิดหน่อยนะ ไม่มากหรอก) ว่าได้ให้สัมภาษณ์หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน

โดยมี "ประเด็นที่เกิดต่อ ๆ กัน" อีกคือ ประเด็นว่า ที่จริงแล้วเป็น "สื่อในประเทศ" เราต่างหาก (โดยอาจจะร่วมกับผู้มีอำนาจก็ได้) ที่เจตนาบิดเบือนในการแปล 'บทสัมภาษณ์' นี้

บทสัมภาษณ์อันหนึ่งที่ถูกกล่าวอ้างก็คือ
Former Thai PM Thaksin: "I'm Calling It Quits" ที่ปรากฏอยู่ใน TIME Magazine Asia

Edition Vol. 169, No. 5 (ซึ่งอ่าน online ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา)

ประเด็นคืออ้างกันว่า มีการกล่าวหมิ่น และ จาบจ้วงเบื้องสูง ในขณะที่อีกหลายฝ่ายบอกว่าอ่านภาษาอังกฤษดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย

ในที่สุดก็มีคนสรุปออกมาก่อนข้าพเจ้า และได้เขียนเอาไว้แล้ว
ที่ห้องราชดำเนินในกระทู้

หนึ่งว่า ปัญหาน่าจะอยู่ที่การแปลคำว่า "endorse" มาเป็นคำในภาษาไทยที่แตกต่างกัน โดยมีการยกตัวอย่างจากสำนวนที่เห็นว่า "ตั้งใจแปลอย่างบิดเบือน" มา

เทียบกับสำนวนที่คิดว่า "แปลดี" มาเทียบกันให้เห็น

ข้าพเจ้าขอยก credit นี้ให้
คุณ Klass ที่ยกมาให้เห็นกัน ดังนี้...






TIME: You've asserted that you and your old political party, Thai Rak Thai, were highly popular. Yet there was hardly any public outcry against the coup.

THAKSIN: It was the same with Thailand's 17 other coups. First, the people are shocked. Then they start to voice their concerns. And then they start to accept it, especially after it's endorsed by His Majesty the King. They're very disciplined. They obey. But they are watching what [the new rulers] are doing, and when they will return democracy to the people. People's tolerance is limited.

จาก Former Thai PM Thaksin: "I'm Calling It Quits" ใน Time Magazine

ทีนี้มาดูสำนวนแปลบ้าง


ไทม์ - คุณอ้างว่าคุณและพรรคไทยรักไทย ของคุณได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ก็ยังไม่ค่อยมีเสียงต่อต้านรัฐประหารจากสาธารณชนเท่าไหร่

ทักษิณ - มันก็เหมือนกับการทำรัฐประหารในอดีตของไทยที่ผ่านมา 17 ครั้งนั่นแหละ อันดับแรก ประชาชนจะตื่นตกใจก่อน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มส่งเสียงแสดงความวิตกกังวล และจากนั้น พวกเขาก็เริ่มยอมรับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ได้รับการรับรองจากองค์พระมหากษัตริย์ไทย พวกเขาอยู่ในกรอบระเบียบมากๆ พวกเขาเชื่อฟัง แต่พวกเขาก็จะจับตาดูสิ่งที่ (ผู้ปกครองคณะใหม่) กำลังทำอยู่ และดูว่า เมื่อไรพวกเขาจะคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ความอดทนของประชาชนมีขีดจำกัด

จาก คำต่อคำ: ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ นิตยสารไทม์ ในผู้จัดการออนไลน์

คำที่ขีดเส้นใต้ไว้คือคำว่า "รับรอง" เป็นสำนวนแปลที่ข้าพเจ้าไปคัดลอกจากที่ผู้จัดการออนไลน์ในวันนี้ (6 กุมภาพันธ์) แต่ว่า
ข้อความในกระทู้ราชดำเนินวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของคุณ Klass จะเป็นคำว่า "สนับสนุน" เข้าใจว่าอาจจะมีการเปลี่ยนในภายหลัง

ซึ่งในสำนวนนี้ มีหลายคนใน webboard เข้าใจว่า ผู้จัดการออนไลน์ตั้งใจบิดเบือน!!! ทำให้ความหมายต่างไปจากเดิมในภาษาอังกฤษ !!!

โดยบอกต่อ ๆ กันว่า อีกสำนวนแปลได้ดีกว่า คือสำนวนนี้..

ไทม์: คุณอ้างว่า ตัวคุณและพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าของคุณ ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่เหตุรัฐประหารที่เกิดขึ้น แทบไม่มีประชาชนออกมาคัดค้านเลย

ทักษิณ: ก็เหมือนกับการปฏิวัติ 17 ครั้งที่เคยเกิดขึ้นในไทย โดยตอนแรกประชาชน จะรู้สึกตกใจ และเริ่มแสดงความกังวลออกมา จากนั้นก็จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯคณะปฏิรูปการปกครอง คนไทยเป็นคนมีวินัย และเชื่อฟัง แต่พวกเขาก็ยังจับตาดูว่ารัฐบาลใหม่จะทำอะไร และจะคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนเมื่อไร แต่ความอดทนของคนก็มีขีดจำกัด

จาก คำต่อคำ:'ทักษิณ'สัมภาษณ์ผ่านไทม์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกประเด็น ในกรุงเทพธุรกิจ

โดยพวกเขาบอกว่าสำนวนนี้ แปลได้ตรงตามความหมายเดิมที่สุด แต่ว่าก็มีความเห็นที่แตกต่างกันไป ดังที่มีการตั้งกระทู้ทำนองนี้ที่ห้องราชดำเนินอยู่หลายกระทู้




ข้าพเจ้าขอแสดงความเห็นแย้ง เพราะคิดว่า.. ข้าพเจ้าได้มองเห็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยขอเสนอว่า ควรจะลืมหรือเลิกพูดไปเลยว่า ผู้พูดบิดเบือน หรือ การแปลนี้บิดเบือนหรือไม่อย่างไร

หรือแม้แต่ "endorse" แปลว่าอะไรกันแน่ ข้าพเจ้าก็ไม่ขอลงลึกในประเด็นนี้



แต่ถ้าท่านยังคิดว่า ยังไง ๆ ก็เป็นการบิดเบือนแล้วละก็ ขอชี้ว่า ก็เป็นไปได้ที่อาจจะเจตนาบิดเบือนจริงดังว่า

แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่า บางทีวัฒนธรรมที่ต่างกัน ทำให้มีความเข้าใจต่างกัน ในการเลือกใช้คำที่เหมาะสมมาใช้ในการแปลจากภาษาหนึ่ง ไปสู่อีกภาษาหนึ่ง จึงไม่สามารถหาได้ทุกครั้งไป

ถ้าท่านเคยแปลเอกสาร ปกติเวลาแปลเอกสารก็เจออยู่บ่อย ๆ ว่า เวลาแปลออกมาตรง ๆ แล้วมันไม่ใช่ความหมายแบบที่เราเข้าใจ ที่ปรากฎในสำนวนภาษาต้นฉบับได้ว่าไว้

หรือถ้ามองที่ตัวเราเอง เวลาเราพูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาแรกของเรา ข้าพเจ้าคิดว่า บ่อยครั้งที่เรารู้ตัวว่า ที่เราพูดออกไปนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะสื่อสารจริง ๆ

อันวัฒนธรรมที่ต่างกันนั้น จะหาคำหรือสำนวนที่ใช้แทนกัน 100% ไม่ได้โดยง่ายแน่

ที่ข้าพเจ้าเขียนไว้เนี่ย เจตนาไม่ได้หมายแต่เพียงว่า เป็นไปได้ที่จะมีการแปลจากอังกฤษเป็นไทยผิด แต่ข้าพเจ้าได้พยายามจะชี้ให้เห็นด้วยว่า เป็นไปได้ด้วยเช่นกันที่จะมีการแปลจาก "ไทยเป็นอังกฤษ" ผิด ซึ่งโดยเจตนา หรือ อาจจะไม่ได้เจตนา

คำถามจึงไม่ใช่ว่า คุณทักษิณพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรหรอก คำถามควรจะเป็นว่า จริง ๆ แล้วคุณทักษิณ คิดอะไรอยู่ในใจ เจตนาที่ต้องการสื่อสารนั้น คุณทักษิณคิดเป็นภาษาไทยว่าอย่างไร

ถ้าบอกว่า กรุงเทพธุรกิจแปลดีแล้วล่ะก็ แสดงว่า คำว่า endorse น่ะ แปลว่าว่า "มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ" เป็นเช่นนั้นจริงหรือ

แล้วลองมองกลับกันอีกที ถ้าจะแปลคำว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้เป็นภาษาอังกฤษ การใช้คำว่า endorse เนี่ย ตรงที่สุดแล้วหรือเปล่า

ข้าพเจ้ารู้ตัวดีว่าไม่มีความสามารถทางภาษาทั้งไทยและอังกฤษดีพอ ข้าพเจ้าเองยังไม่แน่ใจอยู่เลยว่า คำแปลของ กรุงเทพธุรกิจ ที่บอกว่า "โดยเฉพาะหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯคณะปฏิรูปการปกครอง" นั้น แปลว่าอะไรกันแน่ เพราะข้าพเจ้าคิดว่า การแปลแบบนี้นั้น เป็น "ประโยคที่ไม่สมบูรณ์"

ในขณะที่ผู้จัดการที่ว่าบิดเบือนนั้น การแปลกลับเป็น "ประโยคที่สมบูรณ์" กว่าสำนวนที่ได้รับการยอมรับว่าไม่บิดเบือนเสียอีก

เพราะอะไรผมถึงบังอาจกล่าวว่า การแปลแบบสำนวนของกรุงเทพธุรกิน ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน

ข้าพเจ้าถือว่า "มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า" ไม่อาจนับเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ แต่เหมือนจะเป็นวลีมากกว่า ซึ่งถ้าจะให้ประโยคสมบูรณ์ ก็ต้องตามต่อด้วย "กริยา" เช่น มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งต้ง... มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้...

ดังนั้น ถ้าบอกว่า "โดยเฉพาะหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯคณะปฏิรูปการปกครอง" แล้วต่อด้วยประโยคว่า "คนไทยเป็นคนมีวินัย" เลยนั้น จะเห็นว่าประโยคแรกไม่ได้บอกว่า โปรดเกล้าคณะปฎิรูปให้ทำอะไร และอย่างไรด้วย

แล้วถ้า... ไม่ต่อด้วยกริยาล่ะ การบอกว่า "โปรดเกล้า" เฉย ๆ นั้น ที่จริงแล้วแปลว่าอะไร ลองเปิดในพจนานุกรมดูแล้ว (ถ้าตาไม่เบลอไป) ไม่มีเขียนไว้

ดังนั้น ที่จริงแล้วการแปลแบบ กรุงเทพธุรกิจ จึงเป็นการแปลแบบใช้ประโยคที่หาข้อสรุปไม่ได้

อันนั้นคือความเห็นในด้านการแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง