2007/Apr/20

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เสนอบทความสนับสนุนประเด็น "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" 2 บทความ (ที่นี่ และ ที่นี่) และ เหตุผลคัดค้าน 1 บทความ (ที่นี่) ไว้ก่อนหน้านี้แล้วนั้น เดิมที่ข้าพเจ้าอยากจะนำเสนอบทความคัดค้านอีก 1 บทความก่อนแล้วจึงเสนอความเห็นของข้าพเจ้าบ้าง

แต่ว่าข้าพเจ้าเปลี่ยนใจ ไม่ขอนำบทความคัดค้านอื่นมาเสนอที่ blog อีก (เพราะเดี๋ยวสหายจะว่า ข้าพเจ้าเอาแต่นำของคนอื่นมาลง ไม่ยอมเขียนเอง) แต่ถ้าสนใจอ่านอีก สหายน่าจะได้อ่านบทความเรื่อง "ศาสนาประจำชาติ ศาสนาทลายชาติ?" โดย ยุกติ มุกดาวิจิตร ซึ่งในบทความดังกล่าว จะนำเสนอข้อเท็จจริงในประเด็น "ศาสนาประจำชาติ" ของประเทศอื่นด้วย (
Click อ่านได้ที่นี่.. ที่ web ของ ประชาไท)




เนื่องจากได้แสดงจุดยืนมาแล้ว 3 วันว่า คัดค้านการกำหนดศาสนาประจำชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่สำหรับประเทศไทยเท่านั้น ข้าพเจ้ายังคิดว่า.. ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นพิเศษ อันเกี่ยวเนื่องด้วยประวัติศาสตร์ที่ต้องมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรแล้ว ทุกประเทศควรถอนการบัญญัติศาสนาปะรจำชาติออกไปเสียด้วย

ประเทศอื่น (เช่นประเทศที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่นี้) จะได้ไม่บัญญัติโดยอ้างเหตุผลเพียงว่า ประเทศนั้นยังบัญญํติได้เลย ทำไมจะบัญญัติบ้างไม่ได้ โดยไม่ได้พิจารณาว่า ที่มาของการกำหนดศาสนาประจำชาติของแต่ละประเทศนั้น มีเหตุผลเฉพาะตนที่ต่างกัน

ที่จริงแล้ว ก่อนที่จะฟันธงไปเลยว่า ควรหรือไม่ควรทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น (ในที่นี้คือการกำหนดศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ) ข้าพเจ้าคิดว่าเราควรต้องคำนึงถึงสองสิ่ง นั่นคือ ความเสี่ยงหรืออันตรายอันเนื่องมาจากการกระทำนั้น (risk) เทียบกับ ประโยชน์ที่พึงจะได้รับ (benefit)

จากการที่ข้าพเจ้าได้นำเสนอบทความปูพื้นฐานความคิดให้สหายก่อนหน้านี้แล้ว สหายก็คงพอจะมองออกว่า การระบุศาสนาพุทธไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น จะ (มีโอกาสทำให้) เกิดข้อดีหลายประการต่อพระพุทธศาสนา และต่อประชาชน (ถ้าหากผลดีเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้จริง)

แต่การคิดถึงเฉพาะข้อดีที่ (อาจ) จะเกิดขึ้น แต่ด้านเดียวนั้นคงจะไม่เพียงพอ การพิจารณาถึงผลร้ายหรือความเสี่ยงที่อาจจะมีขึ้นนั้นจะทำให้มองภาพปัญหาได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

!!!


ข้อดีตั้งมากมายที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้น หากเทียบกับ ข้อเสียร้ายแรงแม้เพียง 1 ข้อ อย่างไหนจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน

ในความคิดของข้าพเจ้านั้น การเทียบน้ำหนักด้านดีและด้านเสียที่จะเกิดขึ้นนั้น ไม่อาจจะนำแต่จำนวนข้อดีมาเทียบกับจำนวนข้อเสียเท่านั้น

และไม่ควรจะอ้างเหตุผลว่า "ไม่น่าจะเกิดขึ้น" หรือ "ไม่จริงหรอก" มาเป็นเหตุให้ปฎิเสธประเด็นความเสี่ยง ราวกับว่าจะไม่ให้ความสนใจ

เราคงไม่พูดเรื่องประโยชน์นานับประการที่จะเกิดขึ้น แต่ถามว่าถ้ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริง เรายอมรับมันได้ไหม และมีแผนการอะไรรองรับหรือไม่ ถ้าหากมันเกิดแล้วจะแก้ไขได้ไหม หรือ จะผ่อนหนักเป็นเบาได้อย่างไร

ข้าพเจ้าคิดว่า เราจะสามารถตัดสินใจทำงาน (ในที่นี้คือการบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ) ได้อย่างมั่นใจ ถ้าหากว่าเรามีแผนรองรับชัดเจนกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น แต่... ถ้าไม่มีล่ะ หรือว่ามี..แต่ว่ามันไม่ได้ผลลัพท์ที่เชื่อถือได้ล่ะ ในความเห็นแล้ว ข้าพเจ้าว่าเราไม่ควรจะไปเสี่ยงทำ

!!!


สิ่งที่ฝ่ายคัดค้านกลัวกันมากที่สุดมีสองเรื่องคือ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรู้สึกเป็นประชากรชั้นสองของคนกลุ่มหนึ่ง จริงอยู่ว่าเรื่องนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น หากเกิดขึ้นแล้ว.. เรามีแผนรองรับหรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งล่อแหลมต่อความมั่นคงของชาติมากก็คือ ความเป็นไปได้ที่โจรก่อการร้าย ผู้หวังจะแบ่งแยกดินแดน จะสบโอกาสนี้อ้างต่อชาวโลกว่า ประเทศไทยมีศาสนาประจำชาติคือศาสนาพุทธ เพราะอ้างว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธ (ซ้ำองค์กรบางแห่งยังบอกว่า เพราะสีขาวในธงไตรรงค์ คือพุทธศาสนาอีกด้วย) ดินแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถืออิสลาม จึงไม่อาจจะยอมรับสภาพได้ (หรือแม้แต่จะยอมใช้ธงชาติผืนนี้ได้) จึงจำเป็นต้องแยกดินแดน

ข้าพเจ้าไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอก เรื่องแบบนี้มีการตั้งประเด็นมานานแล้ว นับย้อนไปตั้งแต่การเปลียนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย และในปีนี้ ก็มีคนพูดเรือ่งความเป็นไปได้นี้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้เราจะมองว่า ผู้ก่อการในภาคใต้ไม่มีสิทธิแบ่งแยกดินแดน เพราะว่าการที่ปัตตานีเป็นอีกประเทศหนึ่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงในอดีตที่ผ่านมานานมากแล้ว แต่สหายลองคิดดู สิ่งที่กำลังจะเกิดนี้เป็นเรื่องใหม่ ถ้าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สีขาวในธงชาติไม่ได้หมายรวมทุกศาสนา (ตามข้ออ้างขององค์กรพุทธบางแห่ง) การเรียกร้องของพวกผู้ก่อการร้ายจะมีน้ำหนักและเหตุผลมากขึ้นขนาดไหน

!!!


ลองคิดจินตนาการดูเองเถิด ฝ่ายองค์กรที่เรียกร้องให้บัญญัติว่า "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" นั้น อ้างแต่ว่า เรื่องความเสี่ยงเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ว่าแต่... พวกเรามีแผนการรองรับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ และแผนนั้นถ้ามีจะมีประสิทธิภาพเพียงใดกัน

ความเสียหายต่อความมั่นคงเหล่านั้นจะเลี่ยงได้อย่างไรบ้าง

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือคัดค้านนั้น ต่างก็หวังดีต่อประเทศด้วยกันทั้งนั้น ฝ่ายสนับสนุนต้องการให้มีการพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนาที่กำลังเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง และฝ่ายคัดค้านก็กลัวจะเกิดความแตกแยกในสังคม แต่การจะหวังดีนั้น ควรจะต้องคำนึงให้รอบด้านด้วย

ถ้าหากเราไม่มีแผนการรองรับผลเสียที่อาจจะเกิดเหล่านั้น ข้าพเจ้าคิดว่าเราไม่ควรบัญญัติ "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพียงเพื่อหว้งว่าจะเกิดผลดี (ซึ่งอาจจะไม่เกิด) ขึ้น

เพราะผลดีเหล่านั้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องไปบัญญัติประโยคนี้ในรัฐธรรมนูญ

!!!


หากว่า เหตุผลหลัก ๆ (ของฝ่ายสนับสนุน) ที่ต้องการจะบัญญัติว่า "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" คือความห่วงใยต่อสถานการณ์ของพุทธศาสนาที่กำลังเสื่อมโทรมอยู่แล้วล่ะก็ ถ้าคิดตามหลักอริยสัจ 4 แล้ว เราคงจะต้องกำหนดปัญหาให้มั่นก่อน หาสาเหตุของมันให้พบ กำหนดเป้าหมาย แล้วจึงหามรรควิธีที่จะทำให้ศาสนาอยู่รอดต่อไปได้

ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่า ถ้าเราพบสาเหตุที่แท้จริงได้แล้วล่ะก็ เราจะรู้ว่า มีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข และต้องทำเพื่อผดุงพระพุทธศาสนา นอกเหนือไปจากการรณรงค์ให้มีการบัญญัติ "พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"

!!!


    สรุป
  • การบัญญัติ "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" นั้น ถ้ามีข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่มีแผนรับรองแล้วละก็ เราไม่ควรรีบร้อนบัญญํติ
  • ยังมีวิธีอื่นอีกมากที่จะบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าเริ่มจากการงดสร้างเครื่องรางของขลังนั่นแหละ อาจจะง่ายที่สุด


!!!


    หมายเหตุ
  • แม้ข้าพเจ้าจะไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติศาสนาประจำชาติ แต่ข้าพเจ้าเห็นด้วยที่จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็น พุทธมามกะ และทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก

ด้วยความเคารพ

Comment

Comment:

Tweet


กูว่าบรรจุเป็นศานาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติเลยก็ดี ซึ่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวเหี้ยอะไรเลยกับสิทธิส่วนบุคคล

หลายชาติก็กำหนดให้ประเทศของตัวเองมีศานาประจำชาติแล้ว
#13 by กูพุทธ (103.7.57.18|49.48.165.31) At 2013-06-05 12:01,
พระพุทธศาสนามีคำสองที่ดีๆมากที่มาใช้กับชีวิติประจำวันได้อย่างลงตัวไม่เคร่งจนไปไม่ยลหยนจนเกินไปใช่ไหมครับ พระพุทธเจ้าสองให้เรารุ้จักพึ่งตัวเราเองทำอะไรด้วยตัวเราเองด้วยความเพียนแห่งเราไม่ใช่สองให้นั้งขอนอนขอแต่พระเจ้าเพียนอย่างเดียวเท่านั้นรือ เราขอสนับสนุนให้ประกาศให้พระพุทธศาสนาประจำประเทศไทยเราคับ
#12 by แสงฟ้า ณ คำหลวง (118.172.11.171) At 2011-11-10 12:57,
ศาสนาอื่นเขายังไมให้ความ
#11 by เคือแสงคำฟ้า ณ เวียงฉาน (118.172.11.171) At 2011-11-10 12:34,
ผมเห็นด้วยกับการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยอย่างสูงสุดโดยไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นของท่านใดทั้งนั้น เรามีพระพุทธศาสนามาตั้งแต่โบราณกาล คุณจะอ้างศาสนาอื่นมาเปรียบเทียบไม่ได้ โโยเฉพาะพวกมุสลิม อย่าลืมสิครับในมาเลเซียยังยกมุสลิมขึ้นไว้ในกฏหมายได้เลย ทั้ง ๆที่มีชาวพุทธ 19 % แล้วเราจะยกยอพระศาสนาของชาตเราไม่ได้เชียวหรือไงครับ
#10 by sun (118.172.230.176) At 2011-07-26 12:11,
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ
มีลายลักษณ์อักษรบอก ศาสนาอื่นก็ยังอยู่กันดี ไม่ให้ความเท่าเทียมตรงไหน
อิสลามยังไม่พอใจ อยากให้เมืองไทยเป็นเมืองอิสลาม
อยากยึด คนพุทธไม่ได้ทำอะไรมุสลิม มีแต่มุสลิมมาก่อเหตุฆ่าพระ
ขืนไม่เขียนไว้ จะเหลือเหรอ
คนพุทธเราใจดีไง ไม่เคยทำร้ายศาสนาอื่น แต่โดนเค้าทำร้ายตลอด แถมยังให้อภัย หรือดูดายก็ไม่รู้
ถึงต้องเขียนไว้ เอาลงเนี่ยะ เพื่อประโยชน์ใคร ประโยชน์อะไรก็ไม่ได้มีเหตุผลที่เป็นเหตุผลที่สมควรทั้งนั้น
#9 by คนไทย (110.164.62.99) At 2010-01-18 23:03,
ระบุ.ไปเลยให้ชัดเจนและกล้าๆ หน่อย ..หากยังขี้ขลาดอยู่อย่างนี้..ไม่ช้าก็เร็วประเทศไทยจะถูกกลืนชาติแน่นอน..มาเลเชียและอินโดนีเซีย มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ พม่า กำหนดให้ศาสนาพุธ
เป็นศาสนาประจำชาติ.ประเทศในโลกอาหรับ เข้ากำหนดศาสนอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ประเทศญี่ปุ่นมีศาสนาพุธเป็นศาสนาประจำชาติ..ประเทศไทยก็ควรกำหนด ศาสนาพุธเป็นศาสนาประจำชาติได้แล้ว..อย่าอยู่อย่างขลาดเขล่า.เพราะเราจะไม่มีศักศรีใดๆเลย.ให้ภูมิใจ.
#8 by ศุภกฤต จ.สงขลา (118.174.126.240) At 2009-08-30 22:36,
#7 by (58.137.45.185) At 2008-08-18 15:15,
ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี big smile อย่าคิด เพื่อทำให้แตกแยกเลย
#6 by Kalamellaz At 2008-02-11 16:41,
ผมมองสั้นๆแค่ว่า
ณ ปัจจุบัน
กฏหมายนี้มีความจำเป็นหรือไม่
มันจะสร้างปัญหา(ขนาดตอนคิดก็ยังเป็นปัญหาแล้ว)
หรือสามารถแก้ไขปัญหา(เท่าที่ดูไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้)

และที่สำคัญมีอย่างอื่นที่จำเป็นมากกว่าการกระทำนี้
เช่น
การร่วมมือกันแก้ปัญหาภาคใต้ การศึกษา จริยธรรม(ที่ปัจจุบันพูดกันทั่วไปแต่หาคนทำจริงๆจังๆยาก)
#5 by [ O - online ] At 2007-05-09 10:36,
กระผมไม่ขอเห็นควรที่ว่า "พระมหากษัตริย์ต้องเป็นพุทธมามกะ"

ควรทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก เพื่อความเท่าเทียมครับ

ข้อที่โดนใจผมมากที่สุดคือ "ข้อดีของการที่กล่าวอ้างว่า ถ้าระบุว่า พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ แล้วจะเกิดขึ้น
สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเขียนไว้ก็ได้"
อย่าว่าแต่ศาสนาเลยครับ... ขนาดชื่อประเทศผมยังอยากให้เปลี่ยนกลับไปเป็นสยามเลย...

แบ่งแยกแล้วได้อะไร...ผลเสียมากกว่าแค่ไหน...
แค่กรณีปัญหาสามจังหวัดฯ ที่เริ่มตั้งแต่รัฐนิยมฉบับที่ 1 ยังเป็นเครื่องยืนยันที่ไม่หนักแน่นพออีกหรือ...
#3 by = ต้น = At 2007-04-21 03:11,
เห็นด้วยกับคุณค่ะ เพราะเป็นห่วงเรื่องกลุ่มคนที่นับถือศาสนาอื่นแล้วก็กรณีภาคใต้เหมือนกัน

แอบตามอ่านมาหลายบทความค่ะ ขออนุญาตแอดนะคะ
#2 by Lover Boy At 2007-04-20 19:20,
สำหรับเรา เราคงไม่มองข้อดีข้อเสียลึกมากมาย

แต่เราคิดว่าเรื่องศาสนา ความเชื่อ ความศรัทธา มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ควรกำหนดศาสนาประจำชาติหรอก

อิกอย่างประเทศก็เป็นประชาธิปไตยด้วย การกำหนดศาสนาประจำชาติออกจะขัดแย้งกับหลักประชาธิปไตยไปหน่อยมั้งคะ?
#1 by +**+ใบเฟิร์น+._.+ At 2007-04-20 19:03,

Plin, :-p
View full profile