
มีข่าวร้อน ๆ ที่เป็นประเด็นดัง ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2549 จนถึงต้นปี พ.ศ. 2550 เรื่องหนึ่ง ก็คือ กรณีพิพาทเรื่องที่ดินซึ่งถือครองโดยมูลนิธิสวนแก้ว กับ เจ้าของที่เดิม
"เจ้าของที่เดิม" เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "เจ้าของใหม่" (ซึ่งได้ที่ดินมาโดยการครอบครองปรปักษ์) ผู้ที่ขายที่ดินให้มูลนิธิสวนแก้ว (ในราคา 10 ล้านบาท) เป็นจำเลยที่ 1 และ มูลนิธิสวนแก้วเป็นจำเลยที่ 2 เพื่อให้เพิกถอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ที่อยู่หน้าวัดสวนแก้ว
ในที่สุดศาลได้มีคำพิพากษาให้เจ้าของเดิมเป็นฝ่ายชนะ ทำให้โฉนดที่ดินมูลค่า 10 ล้านบาท ที่มูลนิธิครอบครองนี้ กลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าในทันที

เอามาพับเป็นถุงกล้วยแขก ดูยังจะมีประโยชน์มากกว่า
ผู้ชมที่ติดตามข่าวนี้อยู่ห่าง ๆ ก็คงสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมูลนิธิสวนแก้วถึงได้ซื้อที่ดิน "มีปัญหา" ผืนนี้มาได้ แล้วที่ดินผืนนี้มีปัญหาอย่างไร
หนังสือ "ถุงกล้วยแขกพระพยอม" เล่มนี้ได้อธิบายถึงกรณีดังกล่าวไว้อย่างละเอียด และถ้าจะอธิบายโดยสรุป ก็จะได้ว่า "ผู้ขาย" ที่ดินผืนนี้ให้มูลนิธิสวนแก้วนั้น เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยปรปักษ์ โดยได้ร้องต่อ "ศาล" ศาลจึงมีคำสั่งมาที่ "กรมที่ดิน" ให้ออกโฉนดให้ เมื่อได้โฉนดมาแล้ว "ผู้ขาย" ก็นำมาขายให้กับมูลนิธิสวนแก้ว เวลาผ่านไป "เจ้าของเดิม" ก็มาฟ้องร้อง "ผู้ขาย" กับ มูลนิธิสวนแก้ว เพื่อให้เพิกถอนกรรมสิทธิ์
คำถามคือ ใครผิด ?
"ผู้ขาย" ซึ่งไปครอบครองปรปักษ์ ? "ศาล" ซึ่งออกคำสั่งให้กรมที่ดินออกโฉนดให้ผู้ขาย ? "กรมที่ดิน" ซึ่งออกโฉนดตามคำสั่งศาล ? "เจ้าของเดิม" ซึ่งมาร้องเรียนภายหลัง และฟ้องคนซื้อแทนที่จะฟ้องกรมที่ดิน กับกระบวนการศาล ?

ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเช่นกัน แต่ที่แน่ ๆ ฝ่ายที่ผิดคงไม่ใช่มูลนิธิสวนแก้ว ซึ่งเป็นผู้ซื้อ (จนได้โฉนดที่ดินที่ออกโดยกรมที่ดิน แต่ว่า เป็นโมฆะในที่สุด)
ในหนังสือเล่มนี้มีการบันทึกความเห็นจากบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งโดยตรง และ โดยอ้อม อ่านดูช่วงแรกแล้ว ข้าพเจ้าคล้อยตามว่า น่าจะมีคนผิดในเรื่องนี้ และกรมที่ดินก็น่าจะต้องรับผิดชอบ
แต่พออ่านจนจบแล้ว ข้าพเจ้าชักไม่แน่ใจ เพราะดูเหมือนว่าพอลองมาอ่านตัวกฎหมายแล้ว (อยู่ในภาคผนวกของหนังสือ) กรมที่ดินเป็นเหมือนแค่นายทะเบียนเท่านั้น เพียงแต่ทำตามคำสั่ง และคนที่มีคำสั่งจริง ๆ ก็คือ "ศาล" ต่างหาก
แต่ว่าศาลเอง ก็ต้องตัดสินตามกฎหมายและหลักฐานที่มีอยู่เช่นกัน ดังนั้นเรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเพราะความไม่สมบูรณ์ หรือ ข้อบกพร่องบางประการของกฎหมายก็เป็นได้

การครอบครองปรปักษ์ หมายถึง การที่บุคคลได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้อื่นโดยการครอบครอง
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 บัญญัติว่า "บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์"
กฎหมายว่าไว้ดังย่อหน้าบน แต่ความจริงคงไม่ได้ง่ายแบบนั้น ในภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้ได้แจกแจง และ ยกตัวอย่างคำพิพากษาในอดีตให้อ่านเปรียบเทียบกัน
อ่าน ๆ ดูก็จะรู้เหตุผลว่า ทำไมเจ้าของเดิมถึงกลับมาฟ้องร้องได้ แม้ว่ากรมที่ดินจะออกโฉนดให้ตามคำสั่งศาลแล้ว
หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนกรณีศึกษา เกี่ยวกับคดีพิพาทที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับการครอบครองปรปักษ์ โดยยกกรณีของมูลนิธิสวนแก้วไว้เป็นข้อเตือนใจ
เพื่อผู้อ่านจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของกระบวนการ (ที่หาคนรับผิดไม่ได้) แบบนี้

ถุงกล้วยแขกพระพยอม
พระพยอม กัลยาโณ และกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โลกวันนี้
พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2550
112 หน้า
ISBN 978-974-7450-24-8
edit @ 2007/07/21 04:05:30