หลังจากเข้าเยี่ยมคารวะ และ รำลึกถึง "ลุงโฮ" ในช่วงเช้าของวัน (4 มีนาคม พ.ศ. 2550) กันแล้ว ในช่วงบ่าย พวกเราก็จะไปชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ กัน แต่ตอนที่ไปถึงนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง ยังไม่ถึงรอบการแสดง พวกเราก็เลยแยกย้ายเดินเล่นแถว ๆ นี้กันก่อน
ใครใคร่จับจ่าย ก็อาจจะแวะไปเดินเล่นใน "ย่านการค้า 36 สาย" ซึ่งก็อยู่ในละแวกเดียวกันนี้เอง แต่ก่อนที่จะแวะไปซื้อของ พวกเราก็ข้ามถนนตรงหน้าโรงละครไปยังฝั่งตรงข้ามกัน
ที่เห็นอยู่อีกฟาก จะเป็น ทะเลสาบคืนดาบ หรือ โฮฮว๋านเกี๋ยม (Hồ Hoàn Kiếm) และสะพานไม้สีแดง ๆ ที่เห็นนั้นก็คือ Cầu Thê Húc ซึ่งแปลความหมายได้ (ประมาณ) ว่า แสงแดดยามเช้า

เคยมีคนบอกว่า สะพานนี้โรแมนติกที่สุด แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบความนัย เลยไม่เข้าใจว่าโรแมนติกเช่นไร อย่างไรก็ตามสะพานนี้จะเชื่อมฝั่งทะเลสาบคืนดาบด้านทิศเหนือ เข้ากับเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่ง ซึ่งบนเกาะนี้จะเป็นที่ตั้งของวัดหง๊อกเซิน (Đền Ngọc Sơn)


เดี๋ยวข้าพเจ้าจะพาข้ามสะพานกัน (ดู VDO ประกอบ) ซึ่งต้องอ้อมเข้าอีกทาง

ข้ามมาที่อีกฟากหนึ่งของสะพาน ก็ถึงวัดหง๊อกเซินแล้ว

ที่กำแพงหน้าวัดจะมีภาพนูนต่ำเป็นรูปเต่า กับ ดาบ อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานของทะเลสาบคืนดาบนี้

ทะเลสาบคืนดาบ หรือ Hồ Hoàn Kiếm นี้ แต่ก่อนมีชื่อว่า Luc Thuy แปล (ประมาณ) ว่า น้ำสีเขียว แต่มาเปลี่ยนชื่อเป็น "คืนดาบ" ก็ด้วยตำนานการต่อสู้ของจักรพรรดิ Lê Lợi ซึ่งนำทัพเวียดนาม รบได้ชัยชนะในสงครามกับกองทัพจีน ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 15 (ตรงกับสมัยราชวงศ์หมิงของจีน)
ตำนานเล่าว่า Lê Lợi ได้รับดาบวิเศษ จากเต่ายักษ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ ดาบวิเศษนี้ให้พลังอำนาจแก่ Lê Lợi ทำให้รบได้ชัยชนะทุกครั้ง ในที่สุดจีนก็ยอมรับในเอกราชของเวียดนาม
หลังจากได้รับเอกราช วันหนึ่งขณะที่จักรพรรดิ Lê Lợi ล่องเรือกลางทะเลสาบนี้ เต่ายักษ์ตนนั้นก็มาคาบเอาดาบคืนไปจากจักรพรรดิ Lê Lợi แล้วดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบทันที เลยเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบคืนดาบ
ขอบอกก่อนว่า ตำนานมีหลาย version มาก version นี้ข้าพเจ้าได้มาจาก wikipedia

สำหรับวัดหง๊อกเซินนี้ สารภาพตามตรงว่า ข้าพเจ้าไม่ทันได้ฟังว่า guide คนเก่งของคณะเราเล่าตำนานอะไรให้ฟังบ้าง แต่จากการหาข้อมูลภายหลัง วัดนี้สร้างในคริสตศตวรรษที่ 18 เพื่ออุทิศให้กับขุนศึกคนหนึ่งที่นำทัพต่อสู้กับทัพราชวงศ์หยวนของจีน (ในคริสตศตวรรษที่ 13) จนได้ชัยชนะติดต่อกันหลายครั้ง

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนตำนานของเต่าศักดิ์สิทธิ์ กับ ดาบวิเศษ

ตำนานเล่าขานสืบกันมาราว 500 ปี ถึงเต่ายักษ์ในทะเลสาบแห่งนี้ บ้างก็ว่าเป็นเพียงนิทาน หามีมูลความจริงไม่ แม้ว่าจะมีรายงานเป็นระยะ ๆ ว่า มีผู้คนพบเห็นเต่ายักษ์ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เหนือผิวน้ำ
จนในที่สุดเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน มีการพบเต่ายักษ์ในทะเลสาบแห่งนี้จริง ๆ ข้าพเจ้าไม่ทราบรายละเอียดว่า มีการดักจับ หรือว่า เต่าเดินขึ้นมาให้เห็นเอง แต่ในที่สุดเต่าตัวนี้ก็ตาย (ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ตายได้เช่นไร) และทางหน่วยงานของรัฐก็ได้สต๊าฟเอาไว้ แล้วตั้งแสดงไว้ภายในวัดหง๊อกเซินแห่งนี้
จากการตรวจสอบ เต่ายักษ์ที่พบนี้น่าจะเป็นสัตว์ในตระกูลที่เรียกว่า Rafetus swinhoei แต่ก็มีการเสนอว่า เต่ายักษ์แห่งทะเลสาบคืนดาบอาจจะไม่ใช่ Rafetus swinhoei ก็ได้ คืออาจจะอยู่ในสกุล (genus) เดียวกัน แต่อาจจะเป็นสัตว์อีกพันธุ์ (specie) ซึ่งแตกต่างออกไป และไม่เคยพบมาก่อน จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Rafetus leloii ซึ่งพ้องกับพระนาม Lê Lợi
ส่วนอายุของเต่ายักษ์ตัวนี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า น่าจะมากกว่า 500 ปี ซึ่งจะเข้าได้กับช่วงระยะเวลาของตำนานจักรพรรดิ์ Lê Lợi ที่เล่าขานสืบต่อกันมา แต่ guide ชาวเวียดนามของเราบอกว่า เต่าศักดิ์สิทธิ์ตนที่มอบดาบ และ มารับดาบกลับคืนไปนั้น ยังคงอาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลสาบ Hồ Hoàn Kiếm แห่งนี้
- หมายเหตุ : Rafetus swinhoei มีชื่อภาษาไทยว่า "ตะพาบแยงซี" (อ้างอิงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออก เมื่อ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
- References
- ข่าว Giant turtle sightings set Vietnam capital abuzz จาก CNN
- Lê Lợi ใน wikipedia
- Hoan Kiem Lake ใน wikipedia