2008/Feb/10




ในช่วงบ่ายของวันนี้ (5 มีนาคม พ.ศ. 2550) คณะของเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่สุสานจักรพรรดิไคดิงห์

จักรพรรดิไคดิงห์ (Khải Định) (พ.ศ. 2428 - 2468) ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 12 ของราชวงศ์เหงียน ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2459 โดยการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ทั้งนี้เป็นเพราะในช่วงนั้น เวียดนามเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฐานะจริง ๆ ขององค์ไคดิงห์ก็คือ ผู้ปกครองอันนัม โดยทางฝรั่งเศส (ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคม) ได้แบ่งเวียดนาม (อาณานิคม) ออกเป็นสามส่วน มี ตังเกี๋ย (Tonkin) ทางตอนบน อันนัม (Annam) ในตอนกลาง และ โคชินจีน (Cochinchina) ทางตอนใต้

พระองค์ทรงให้ความร่วมมือกับทางเจ้าอาณานิคมในการต่อต้านขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชกลุ่มต่าง ๆ จนถูกกล่าวหาว่า พระองค์นั้นขายชาติ แม้แต่โฮจิมินห์ เองก็ยังเขียนบทละครขึ้นเพื่อล้อเลียนพระองค์ในทำนองว่า แม้จะดูยิ่งใหญ่ มีชีวิตที่หรูหรา แต่ก็ไม่มีพลังอำนาจอันใด เพราะเป็นเพียงหุ่นเชิดของฝรั่งเศสเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีเรื่องที่เป็นขี้ปากชาวบ้าน มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ "รสนิยมทางเพศ" ของพระองค์ ไกด์ชาวเวียดนามของเราถึงกับพูดว่า "พระองค์ไม่ทรงโปรดอิสตรี" ขนาดใน
wikipedia ยังเขียนไว้ว่า According to his concubine Ba Phi, who described him as "not interested in sex" and "physically weak".

แม้แต่องค์รัชทายาท ซึ่งต่อไปจะเป็นจักรพรรดิบ๋าวด๋าย (Bảo Đại) จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน ก็ถูกร่ำลือกันว่า ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิไคดิงห์



อย่างไรก็ตาม ถ้าจะมาเยือนสุสานของพระองค์แล้วคิดแต่เรื่องพวกนี้ คงจะไม่เป็นการดีกระมัง



จักรพรรดิไคดิงห์ทรงมีพระราชดำริ ให้สร้างสุสานแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2463 พระองค์เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2468 สุสานแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2474 ในรัชสมัยของจักรพรรดิบ๋าวด๋าย ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 11 ปี

รูปแบบนั้น เป็นการผสมผสานศิลปะแนวตะวันออกและตะวันตก สุสานสร้างอยู่บนเนินเขา มีบันไดขึ้นไป และมีลานพักเป็นชั้น ๆ ประมาณ 5 ชั้น





ในชั้นนี้จะเป็นลานกว้าง ซึ่งทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา จะมีรูปปั้นตุ๊กตาหิน ตั้งเรียงรายอยู่ มีทั้งช้าง ม้า ขุนนางต่าง ๆ เพื่อรักษาและคอยรับใช้ดวงวิญญาณของจักรพรรดิไคดิงห์





ที่ชั้นเดียวกันนี้ ตรงกลางจะมีลักษณะเป็นศาลบูชา ภายในมีแผ่นศิลาจารึกคำสดุดีตั้งไว้


เมื่อขึ้นมาอีกชั้น แล้วมองย้อนลงไป



เมื่อขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นลานชั้นบนสุด แล้วมองย้อนลงไป










ที่ลานชั้นบนสุดนี้ ยังมีอาคารอีกหลังตั้งอยู่ ซึ่งต้องขึ้นบันใดอีกจึงจะถึงประตูทางเข้า





ในอาคารนี้แบ่งเป็นหลายห้อง บางห้องตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเป็นรูปร่างต่าง ๆ





มีห้องหนึ่ง ตั้งรูปหล่อสำริดของพระองค์ในพระอริยาบถยืนไว้กลางห้อง







และในห้องนี้ก็แขวนพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ที่ผนังโดยรอบด้วย





แต่ห้องที่สำคัญที่สุดจะเป็นห้องที่มีรูปหล่อสำริดปิดด้วยทองขนาดเท่าองค์จริง ในพระอริยาบถนั่ง บนแท่นสูง และบนเพดานจะมีภาพวาดชื่อ "มังกรในม่านเมฆ" อยู่ (ในห้องนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ถ่ายภาพไว้ แต่ถ่ายเป็น VDO Clip แทน)



ว่ากันว่า ภาพมังกรในม่านเมฆ นี้ จิตรกรวาดขึ้นโดยใช้ "เท้า" วาด จักรพรรดิไคดิงห์ทรงกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิต แต่ก็มีผู้ทูลทัดทานว่า ถ้าไม่มีจิตรกรผู้นี้แล้ว คงยากที่จะหาผู้ที่มีความชำนาญในการวาดภาพให้งดงามขนาดนี้ได้ อย่างไรก็ตามเหตุผลที่จิตรกรวาดภาพโดยใช้เท้านั้น บ้างก็อธิบายว่าเป็นเพราะความถนัดในการใช้เท้า บ้างก็ว่าเป็นการเลี่ยงที่จะเอาเท้าชี้ลงมาทางด้านล่าง เวลามีผู้เดินทางมาตรวจงาน

ส่วนพระบรมศพของพระองค์นั้น ถูกฝังอยู่ลึกลงไปใต้แท่นสูงในห้องนี้ นั่นเอง

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประชาชนบางส่วนในสมัยนั้นไม่นิยมในองค์พระจักรพรรดิ จึงมีความกังวลกันว่าฝ่ายต่อต้านกลุ่มต่าง ๆ อาจจะบุกเข้ามาขุดสุสาน และทำลายพระบรมศพ และ ขโมยเอาของมีค่าไป สำหรับในกรณีนี้ มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ครั้นจักรพรรดิไคดิงห์ทรงทราบจึงตรัสว่า (อันนี้เป็นสำนวนของไกด์ชาวเวียดนาม)

"ฉันไม่คิดว่า จะมีใครใจแข็งพอที่จะทำลายสุสานที่มีความงดงามมากถึงขนาดนี้ได้หรอกนะ"



แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี สุสานแห่งนี้ก็ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ค่อนข้างมาก รอดพ้นจากการถูกทำลาย ไม่ว่าประเทศเวียดนามจะได้ผ่านศึกสงครามและกลียุค มาแล้วหลายครั้ง

edit @ 10 Feb 2008 14:37:01 by Plin, :-p

edit @ 10 Feb 2008 15:11:40 by Plin, :-p

edit @ 10 Feb 2008 19:43:42 by Plin, :-p

Comment

Comment:

Tweet


ถ่ายภาพออกมาได้งดงามมาก และบรรยายได้ละเอียดดีจังคะ ทำให้อยากไปชมอีกครั้งเลยคะ
#9 by MayaKniGht At 2008-02-12 15:13,
big smile ไม่ยากหรอกครับผม
#8 by Plin, :-p At 2008-02-11 23:20,
น่าไป เหมือนกันครับ ไปยากหรือปล่าวครับ อยากรู้จังคร้าบบ
#7 by ตุ๊กตาช่างปั้น At 2008-02-11 22:15,
น่าไปเที่ยวจังopen-mounthed smile
#6 by บูมแบม At 2008-02-11 16:56,
ไม่เคยไปเลยประเทศเวียดนาม แต่อยากไปครับ ขอเก็บเงินก่อนสัก 10 ปี
#5 by Kalamellaz At 2008-02-11 16:39,
โอ้โห อยากไปบ้าง
ถ้าไปแล้วได้รู้ประวัติแบบนี้นี่เจ๋งเลย!! Hot!
#4 by น้ำเงินเจือขาว At 2008-02-10 22:38,
ดูสวยแปลกตาดีจังเลยค่ะ big smile
ถ่ายรูปสวยดีเน้อ *-*b
#3 by < O t h e r | s i d E > [][] R e n z E [][] At 2008-02-10 18:56,
กำลังจะไปเลยอ่ะ เดี๋ยวถ่ายรูปมาโชวมั่งsad smile
#2 by ขุนกระบี่ At 2008-02-10 17:39,
เพิ่งไปมาเหมือนกันค่ะ แต่ ชอบเมืองไทยมากกว่า อิอิbig smile
#1 by เหว่าจัง At 2008-02-10 16:29,

Plin, :-p
View full profile