(สำหรับ Broadband หรือ Hi-Speed Internet)
(สำหรับ dial-up หรือ Low-Speed Internet)
Album : China (Released 1979)
Artist : Vangelis

(ภาพ 太極圖)
ภาพวาด 太極圖 นี้ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงระบบความคิดและความเข้าใจต่อสรรพสิ่ง ในภูมิปัญญาวัฒนธรรมจีนโบราณ เราคนไทย อาจคุ้นที่จะเรียกภาพนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์หยินหยาง ซึ่งสิ่งที่แสดงถึงหลักปรัชญาคำสอนของลัทธิเต๋า
ภายในกรอบวงกลมซึ่งแสดงถึงปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวาลนั้น ยังมีบริเวณที่เป็นสีดำและสีขาวอันแสดงถึงธาตุพลังในธรรมชาติ ที่มีคุณลักษณะตรงข้ามกันอยู่สองชนิด บริเวณสีดำของภาพแสดงถึง ธาตุหยิน (陰) และสีขาว เป็น ธาตุหยาง (陽) ธาตุทั้งสองนี้มีปฎิกิริยาต่อกัน มีความสัมพันธ์กัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของสรรพสิ่งในธรรมชาติ
ในมนุษย์เราก็มีทั้งพลังธาตุหยินและธาตุหยาง รวมกันอยู่อย่างสมดุลย์ โดยสัมพัทธ์แล้วธาตุหยินแสดงถึงความเป็นหญิง และ ธาตุหยางแสดงถึงความเป็นชาย
คำว่าเต๋า (道) แปลตามตัวอักษรจะหมายถึง ทาง หรือ ถนน แต่ความหมายที่แท้แล้วกว้างกว่านั้นมาก เช่น หลักคำสอน ความจริงที่แท้ วิถีแห่งธรรมชาติ กฏที่ควบคุมกลไกของสรรพสิ่ง หรือ พลังแห่งจักรวาล ซึ่งในจักรวาลนี้จะมีธาตุหยินและธาตุหยางประกอบอยู่
ไม่ว่าจะแปลว่าอะไรก็ตาม ในเต๋านั้นมีทุกสรรพสิ่ง และในทุกสรรพสิ่งจะมีเต๋าอยู่ด้วย ความรักก็เช่นกัน
เพลง The Tao of love (หรือ เต๋าแห่งความรัก) ของ Vangelis นี้ เป็นเพลงในแนว Electronica อยู่ในอัลบัม China ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 ว่ากันว่า Vangelis แต่งเพลงอัลบั้ม China แม้ว่าจะไม่เคยไปเยือนประเทศจีนเลยก็ตาม ดังนั้นความเข้าใจในวัฒนธรรมจีนและความรู้เกี่ยวกับ “เต๋า” ของ Vangelis นั้น น่าจะได้มาจากการอ่านและเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ แล้วกลั่นออกมาเป็นอัลบั้มชุดนี้
ใน คัมภีร์เต๋าเต๋อจิง (道德經) ซึ่งเป็นคัมภีร์ของลัทธิเต๋านั้น จะเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า 道可道,非常道。(เต๋าที่อธิบายได้นั้น ไม่ใช่เต๋าที่แท้) 名可名,非常名。(ชื่อที่เรียกชื่อได้นั้น ไม่ใช่ชื่อที่ยั่งยืน) ดังนั้นการอธิบายว่าอะไรคือเต๋าแห่งความรักนั้น คงไม่สามารถทำได้โดยง่าย เพราะนอกจากจะไม่เข้าใจว่าเต๋าคืออะไรแล้ว เราคงต้องมาให้นิยามกับความรักอีกด้วย (ซึ่งแต่ละคนให้ความหมายไม่ตรงกันแน่) และคำอธิบายที่ได้นั้นคงไม่สมบูรณ์ครบถ้วนทุกแง่มุม ไม่อาจใช้เป็นคำตอบที่ยั่งยืนโดยไม่มีข้อโต้แย้งได้
ดังนั้นการอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วยภาษาเขียน อาจจะพาผู้อ่านให้ออกห่างจากความหมายที่แท้จริงได้ บางครั้งการอธิบายด้วยภาษาศิลปะเช่นภาพวาดหรือดนตรี อาจจะให้ความหมายได้กว้างและครอบคลุมได้มากกว่า
สำหรับ ศิลปินแนว New Age / Electronic Music ซึ่งสรรสร้างดนตรีด้วยเครื่อง synthesizer อย่างเช่น Vangelis แล้ว การอธิบาย “เต๋าแห่งความรัก” จึงออกมาในรูปของดนตรีบรรเลงอิเลคโทรนิก
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าถึงสิ่งที่ดนตรีสื่อออกมาได้นั้น นอกจากจะขึ้นกับความเข้าใจของศิลปินผู้สร้างผลงานเองแล้ว ยังขึ้นกับจินตนาการของผู้เสพย์ดนตรีอีกด้วย แน่ล่ะ ต่างคนฟัง ต่างก็คงเข้าใจ “เต๋าแห่งความรัก” กันไปคนละแบบ แต่ความเข้าใจที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะลึกซึ้งกว่าที่ได้รับจากการอ่านภาษาเขียนก็เป็นได้
ข้าพเจ้ารู้สึกถึงดนตรีที่สนทนากัน โดยช่วงแรกของดนตรีนั้น บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชนิดเดียว ครั้นต่อมาจึงค่อย ๆ มีเครื่องดนตรีเข้ามาอีกชนิด แม้จะบรรเลงเพลงเดียวกัน แต่ต่างก็มีลักษณะเฉพาะตัวอยู่ คล้ายหนึ่งไม่เข้ากันในตอนต้น เพราะไม่รู้แนวทางกัน จังหวะเพลงนั้น ช้า เร็ว ต่างกัน บรรเลงได้สักพักก็เหมือนจะต้องมาหยุดพักเอาไว้ก่อน แล้วจึงมาเริ่มบรรเลงกันใหม่อีกครั้ง สามารถบรรเลงประสานร่วมกันเป็นดนตรีที่ไพเราะได้ในที่สุด
อารมณ์ของเพลงนั้น มีทั้ง อ้างว้าง เริงร่า ขม หวาน ทุกข์ สุข เป็นหยิน และ หยาง สลับและผสมกันไป เฉกเช่นความรัก
ในเต๋ามีความรัก ในความรักมีเต๋า มีหยินหยาง มีคุณลักษณะที่เป็นคู่ผสมอยู่ และมีสองคนที่รักกัน
คนสองคนเข้าหากัน ค่อย ๆ ทำความรู้จักกันก่อน อาจเข้ากันได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ปรับแนวทางของกัน จากความไม่คุ้นเคยก็กลายเป็นความผูกพัน เกิดความสุขที่ได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ก่อเกิดความรู้สึกที่เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่พาวิญญาณของเราร้อยรัดเข้าไว้ด้วยกัน แต่สุดท้ายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็อาจจะต้องจบลง ไม่อาจมีสิ่งใดอยู่เหนือกฎไตรลักษณ์ได้ ไม่เว้นแม้แต่ความรัก
ความรู้สึกในตอนจบของแต่ละฝ่ายจะเป็นเช่นไรนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับว่า บริบทของเหตุการณ์ในตอนจบนั้นเป็นเช่นไรด้วย การมีความรักกับอีกคนหนึ่งไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายจะเป็นที่พึ่งให้ได้ตลอด อาจจะเลิกกัน หรือ ตายจากกันไปก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน การเศร้าเสียใจก็เป็นเพราะไม่เข้าใจในสัจธรรมของความไม่เที่ยงแท้ หากเข้าใจและมีสติกับเหตุการณ์ทั้งหมด ก็จะระลึกได้ว่า ความรักนั้น ก็มีเหตุปัจจัยตามธรรมชาติของมันอยู่ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และถึงกาลแตกดับ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความรู้สึกดี ๆ ในช่วงเวลาเหล่านั้น จะคงอยู่ในความทรงจำ ตลอดไป
ข้าพเจ้าเข้าใจเพลง The Tao of love เป็นเช่นนี้ แล้วสหายล่ะเข้าใจอย่างไรบ้าง
edit @ 15 Feb 2008 15:45:26 by Plin, :-p