
(ตราสัญลักษณ์เมืองฮอยอัน)
พวกเราออกจากเมืองเว้ แล้วมุ่งลงทางใต้ ผ่านเมืองดานังไปจนเข้าสู่เขตจังหวัดกว๋างนาม (Quảng Nam) เป้าหมายต่อไปของเราก็คือเมืองฮอยอัน (Hội An)
ชื่อฮอยอันนี้ ตามสำเนียงภาษาเวียดนามจริง ๆ จะออกเสียงว่า หอยอัน สงสัยว่าคนไทยเราจะไม่กล้าเรียกกันกระมัง ก็เลยเป็น ฮอยอันแทน
ฮอยอัน (เรียกว่าฮอยอันละกันนะ) เป็นเมืองเล็ก ๆ ในเขตจังหวัดกว๋างนาม อยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ในอดีต (ประมาณคริสตศตวรรษที่ 16-17) ฮอยอันถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป็นศูนย์กลางทางการค้า มีชาวต่างชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานกันมากมาย ทั้งจาก จีน ญี่ปุ่น ดัทช์ และ อินเดีย
แต่กว่าพวกเราจะมาถึงนั้น ก็เป็นเวลาอาหารเย็นพอดี หลังจากจากรับประทานอาหาร และเข้าสู่โรงแรมที่พัก เราก็ออกไปชมเมืองยามค่ำคืนกัน

เมืองค่อนข้างเล็กมาก และมีป้ายบอกชื่อถนนตั้งให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นถ้ามีแผนที่ติดมืออยู่ ก็ไม่ต้องกลัวหลงทางเลย สังเกตุที่ป้ายจะเห็นมีตราสัญลักษณ์มรดกโลกอยู่ด้วย (ที่เป็นกลม ๆ แดง ๆ)
องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2542


ฮอยอันเคยเป็นเมืองที่เงียบสงบ ต่อมาในช่วงหลัง ฮอยอันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากชาติต่าง ๆ จึงมีทั้งร้านอาหาร บาร์ โรงแรม ร้านอินเตอร์เน็ต ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด เพื่อรองรับผู้มาเยือน
ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ปกตินักท่องเที่ยวจะมากน้อยเพียงใด แต่ในวันที่ข้าพเจ้าไปฮอยอันนั้น นักท่องเที่ยวไม่มากนัก บรรยากาศค่อนข้างสงบดีทีเดียว




ปกติข้าพเจ้าไม่ใช่คนชอบซื้อของ จึงแนะนำการซื้อสินค้าไม่ได้ แต่ลองกวาดตามองแล้ว คิดว่าสินค้าที่ขายโดยส่วนใหญ่ไม่ได้ต่างจากที่มีในประเทศไทยมากนัก สิ่งที่แตกต่างชัดเจนคงมีแค่ประการเดียวคือ ราคาที่ถูกกว่าอย่างมาก


ร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดประมาณสี่ทุ่ม

เดินดูอะไร ๆ ไปเรื่อย ๆ ข้าพเจ้าก็ไปพบกับอนุสาวรีย์ของท่านผู้หนึ่ง ชื่อ Kazimierz Kwiatkowsky (1944-1997) หรือรู้จักกันในชื่อว่า Kazik ท่านผู้นี้เป็นสถาปนิกชาวโปแลนด์ เข้ามาเวียดนามในช่วงปี ค.ศ. 1980 และ มีส่วนสำคัญในการทำให้เมืองฮอยอันเป็นที่รู้จักของชาวโลก
ไกด์ชาวเวียดนามบอกกับข้าพเจ้าว่า ชาวฮอยอันบางคนถือเอาคุณ Kazik นี่เป็นบิดาของเมืองฮอยอันเลยทีเดียว เพราะช่วยปูทางให้ฮอยอันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ข้าพเจ้าเดินเล่นอยู่สักพัก ก็คิดว่ากลับเข้าที่พักดีกว่า เพราะเดิน ๆ ไปก็มีแต่นักท่องเที่ยว กับ ร้านขายของ ไม่ก็บาร์ ชาวบ้านจริง ๆ เค้าก็คงหลับกันหมดแล้ว




เช้าวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2550 อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ท้องฟ้าครี้ม และฝนก็กำลังจะตก


ในราวคริสตศตวรรษที่ 16-17 ชาวญี่ปุ่นมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในฮอยอันกันค่อนข้างมาก มีเขตชุมชนญี่ปุ่นเกิดขึ้น แบ่งคั่นออกจากส่วนอื่นของฮอยอันด้วยคลองสายหนึ่ง

ประมาณ 300 ปีก่อน ชาวญี่ปุ่นสร้างสะพานข้ามลำคลองสายนี้ รูปทรงโค้ง หลังคามุงกระเบื้องสีเขียวเหลือง เรียกกันต่อ ๆ มาว่า สะพานญึ่ปุ่น

บนหัวสะพานด้านหนึ่งมีไม้สลักเป็นรูปลิง และอีกด้านหนึ่งมีรูปสุนัข เพื่อแสดงว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปีวอก(ลิง) แล้วเสร็จในปีจอ(สุนัข)


บริเวณกลางสะพาน มีศาลเจ้าตั้งอยู่


ทุกวันนี้สะพานญี่ปุ่นก็ยังคงแข็งแรงดี ชาวฮอยอันยังใช้สัญจรข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งคลองได้

เมืองฮอยอันมีบ้านโบราณมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามถนนเหวียน ไท ฮ๊อก

บ้านหลายหลังไม่มีคนพักอาศัยแล้ว เพราะย้ายเข้าไปในเขตเมืองกันหมด แต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ บ้านที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ บ้านเลขที่ 101








บ้านส่วนใหญ่เหล่านี้ หน้าบ้านจะติดถนนสายหนึ่ง ส่วนหลังบ้านจะติดถนนอีกสายหนึ่ง ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ มีสองชั้น ภายในบ้านจะมีลานเปิดให้เห็นท้องฟ้า



พอสายหน่อย ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มเปิดมากขึ้น แต่อย่างว่า ข้าพเจ้าไม่ชอบซื้อของ ข้าพเจ้าชอบดูชีวิตผู้คนมากกว่า




ก่อนจะจากเมืองฮอยอัน พวกเราแวะไปเยือนวัดของสมาคมจีนฮกเกี้ยนกันก่อน



วิธีทำบุญคือ เขียนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ใส่ลงในแผ่นสีเหลือง แล้วมาแขวนไว้กลางธูปสีแดง ซึ่งขดเป็นทรงกรวย สวดมนต์ แล้วจุดธูป เชื่อกันว่า คำอธิฐาน จะลอยขึ้นไปพร้อมกับควันธูป จนถึงสรวงสวรรค์


วันนี้ฝนตกปรอย ๆ ตลอด ถ้ามองในแง่ดี ก็คือ อากาศก็ไม่ร้อน แต่จะเดินเล่นไปมาไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เห็นดั่งนี้ พวกเราก็รีบขึ้นรถแล้วเดินทางกันต่อ
ฮอยอันเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่มากในอดีต แล้วจู่ ๆ ความสำคัญก็ค่อย ๆ ลดลงไป กลายเป็นเมืองที่เงียบสงบเมืองหนึ่ง แต่เพราะการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองฮอยอันก็กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง นักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ ต่างอยากจะมาเยือนฮอยอันกันสักครั้ง
แม้ว่าตึกเก่า ๆ สถาปัตยกรรมโบราณเหล่านี้ จะยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้ (เพราะว่าเป็นมรดกโลก) แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่า ถ้าข้าพเจ้ากลับมาเยือนอีกครั้ง "บรรยากาศ" ของเมืองฮอยอันจะเปลี่ยนไปขนาดไหน
-
Reference
- Hoi An ใน Wikipedia