2008/Mar/09



(สำหรับ Broadband หรือ Hi-Speed Internet)


(สำหรับ dial-up หรือ Low-Speed Internet)




เพลง Tribal Gathering ประพันธ์โดย Walter Taieb และ Vanessa-Mae เป็นเพลง track ที่ 7 ใน อัลบั้มชุด Choreography ของ Vanessa-Mae

คำว่า Choreography นั้น แปลว่า การเต้นรำ หรือ การออกแบบท่าเต้นรำ อัลบั้มนี้มีทั้งหมด 10 เพลง ซึ่งแต่ละเพลงนั้น จะมีทำนอง จังหวะ ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่ให้อารมณ์ที่ร้อนแรง และ น่าตื่นเต้น โดยผสมผสานแนวเพลงเต้นรำจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นละติน อัฟริกัน ฯลฯ นำมาเรียบเรียงใหม่ แล้วบรรเลงโดยวง Royal Philharmonic Orchestra

อัลบั้มนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แต่ข้าพเจ้าไปหาซื้อ CD แผ่นนี้มาฟังได้ ก็ประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2549 แล้ว ที่ข้าพเจ้าจำได้แม่นเลยว่าเป็นตอนไหน ก็เพราะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงนั้นพอดี

อันที่จริงแล้ว เรื่องราวมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนักหรอก แต่มันก็มากพอทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน (ก็เลยจำได้... จะว่าไป entry นี้เป็น entry ระลึกความหลัง)



เรื่องของเรื่องคือ ตอนนั้น ข้าพเจ้าไปทะเลาะกับสหายท่านหนึ่งกันใน webboard แห่งนึง (ที่ไหนไม่บอกนะ) แล้วตามไปวิวาทะกันต่อใน blog ของสหายท่านนั้น ทั้ง ๆ ที่ตอนแรก มันเริ่มจากประเด็นเล็ก ๆ ก็พัฒนากลายไปเป็นประเด็นใหญ่ ๆ คำว่าใหญ่ในที่นี้ไม่ใช่ว่ารุนแรงมากขึ้น แต่มันนอกประเด็นมากขึ้นเรื่อย ๆ น่ะสิ

ว่าแต่ มันนอกประเด็นไปขนาดไหนน่ะเหรอ ก็... ไม่มากไม่มายนักหรอก แค่จากการบ่นส่วนตัวไปเรื่อยเปื่อย (ที่จริงมันไม่ได้เรื่อยเปื่อยซะทีเดียวนะ ทุกอย่างมีจุดหมายทั้งนั้นล่ะ) ต่อมาก็โจมตีกัน ไปจนกระทั่งการวิจารณ์ก่นด่านโยบายของรัฐบาล แล้วกำลังจะเลยเถิดไปถึงการแบ่งข้าง (ที่จริงยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่เกือบแล้ว และอย่าลืมว่าช่วงปี พ.ศ. 2549 นั้นเป็นปีแห่งการเลือกข้าง ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ยอมเลือกแล้ว ก็ยังมีคนเกือบจะยัดเยียด "ข้าง" ให้ข้าพเจ้าจนได้)

อ้อ ลืมบอกว่า ที่จำได้ว่าเป็นเดือนเมษายนก็เพราะว่า เรื่องที่สหายท่านนั้นบ่น มันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันสงกรานต์

เราพิมพ์คุยกันไป ด่ากันมา ผ่านหน้า webboard และ blog รวมความยาวทั้งสิ้น 30 หน้ากระดาษ A4 ถ้า print โดยตรงจาก internet explorer (ถ้ามาจัดหน้าใน word processor ก็ยังได้ประมาณ 20 หน้าเศษ)

ซึ่งที่จริงแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติของคนที่ทะเลาะกัน เพราะไม่ยอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่ง (ดังที่เราก็จะเห็นตัวอย่างกัน ตามหน้าหนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ ได้ทุกวี่ทุกวัน) ก็เลย คุยกันได้นอกเรื่อง เยิ่นเย้อ ยาวนาน แบบนี้

แต่ว่า การตบมือข้างเดียวนั้น...ไม่ดัง ข้าพเจ้าเองยอมรับว่า การที่ทะเลาะกันได้ 20-30 หน้ากระดาษ A4 นี้ ข้าพเจ้ามีส่วนผิดไม่น้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าพเจ้ายึดเหตุผลของตัวเอง แล้ว "ตัดสิน" สหายท่านนั้นไปแล้วในระดับหนึ่งก่อน โดยไม่เปิดใจมองภาพให้กว้างว่า ในสถานการณ์ที่สหายท่านนั้นกำลังเผชิญอยู่นั้น มันสุ่มเสี่ยง กดดัน และอันตรายขนาดไหน (ขอไม่เล่าละเอียดกว่านี้นะ เดี๋ยวไม่จบ และจะนอกประเด็นไป) นอกจากนี้ ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้จักสหายท่านนั้นดีพอที่จะไปต่อว่าอะไรมากมาย

ข้าพเจ้าคิดว่า การจะหยุดทะเลาะกันให้ได้นั้น ข้าพเจ้าคงจะต้องเปิดใจให้มากกว่านี้ และคงต้องทำความรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายให้มากขึ้นอีก ซึ่งในวัฒนธรรม blog แบบนี้ คงไม่มีวิธีไหนจะสะดวกและง่ายที่สุดเท่ากับการ อ่านเรื่องที่เค้าเขียนทั้งหมด

ใช่แล้ว... ทั้งหมด... ข้าพเจ้าลงทุนอ่าน blog ทุก entry ของสหายท่านนั้น ทำให้ได้รับทราบเรื่องราวต่าง ๆ แม้บางเรื่องจะเป็นประเด็นเล็ก ๆ เช่น เล่นดนตรีอะไร เลี้ยงสัตว์ชนิดไหน ฯลฯ แต่ก็ทำให้รู้จักตัวตนในบางแง่มุมมากขึ้น และแล้วมุมมองที่ข้าพเจ้ามีต่อสหายท่านนั้นก็เปลี่ยนไป แม้จะไม่ได้เข้าถึงตัวตนที่แท้จริงได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันก็คงดีกว่าตั้งหน้าตั้งตาจะจับผิด และตำหนิเอาถ่ายเดียว ทำให้ประเด็นที่คุยกันต่อมานั้น เบาลง เป็นในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น

เพียงไม่นาน เราก็เลิกทะเลาะกันได้ ในที่สุด



ที่จริงจะว่าบังเอิญก็ได้ คือ ข้าพเจ้าซื้อ CD แผ่นนี้ในช่วงหลังวันหยุดสงกรานต์ปี พ.ศ. 2549 ประมาณหนึ่งสัปดาห์พอดี (ซึ่งเป็นช่วงที่เพิ่งดีกับสหายท่านนั้นใหม่ ๆ)

ในการฟังเพลงบรรเลงนั้น โดยปกติข้าพเจ้าจะฟังโดยยังไม่อ่านชื่อเพลงหลาย ๆ รอบก่อน จากนั้นจึงค่อยอ่านชื่อเพลงแล้วตั้งใจฟังใหม่อีกครั้ง เพื่อดูว่าจินตนาการจะต่างไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน

หลังจากฟังอัลบั้มนี้รอบแรก มีอยู่เพลงหนึ่ง พอข้าพเจ้าได้ฟังแล้วกลับนึกถึงสหายท่านนั้นพอดีเลย ยิ่งฟังหลายรอบ ก็ยิ่งจินตนาการได้เป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว เพลงที่ว่านั้นก็คือ Tribal Gathering นั่นเอง ซึ่งอันที่จริงแล้ว ถ้าพิจารณาเรื่องราวที่ข้าพเจ้าจินตนาการได้ มันก็ไม่เข้ากันเท่าไรกับชื่อเพลงนัก



เสียงเดี่ยวไวโอลินของ Vanessa-Mae ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นผู้หญิงอายุน้อยคนหนึ่ง (อ้อ... ลืมบอกไปว่า ตอนนั้นสหายที่ข้าพเจ้าทะเลาะด้วยนั้น เป็นผู้หญิงรุ่นน้องอายุน้อยกว่า) ขณะนี้เธอกำลังเดินอยู่ในแดนสนธยา หลงทาง รู้สึกตื่นเต้น สับสน ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในโลกจริง หรือ อยู่ในความฝัน สิ่งแวดล้อมโดยรอบช่างดูแตกต่างจากที่เคยเห็น และไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย จะทำอะไร ก็มีอุปสรรค เรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ค่อย ๆ เกิดขึ้น และราวกับว่าจะมาพร้อม ๆ กันจากทุกทิศทุกทาง

เสียง percussion ยังคงดำเนินต่อ เพียงแต่จังหวะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ตามชะตาชีวิตที่กำลังเปลี่ยนผัน

ทันใดนั้นเอง ดนตรีก็เกรี้ยวกราด ดุดัน มากขึ้น ราวกับฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ หลายสายพันธุ์ ค่อย ๆ ปรากฎกายขึ้น ต่างก็กระโจนพุ่งเข้าโจมตีสาวน้อยคนนั้นทันที พวกมันไม่รู้จักความยุติธรรมอันใด กลับร่วมกันรุมทำร้ายสาวน้อยตัวคนเดียว

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างยาวนาน ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด แต่สาวน้อยก็ยังรับมือได้หลายกระบวนท่าอยู่

ลืมบอกไปว่า เนื่องจากเราไม่เคยพบกัน ก็เลยต้องจินตนาการหน้าตาและบุคลิกกันหน่อย และรวมไปถึงกระบวนท่าด้วย ถ้าหากเราทะเลาะกันหลังจากได้ชมหนังเรื่อง Chocolate แล้ว ข้าพเจ้าอาจจะนึกไปถึงจีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันท์ อยู่ก็ได้

แต่จินตนาการครั้งนี้เกิดจากเพลงที่มีทำนองเต้นรำ แล้วเสียง percussion ก็ให้อารมณ์แบบอัฟริกันด้วย ปรากฎว่ากระบวนท่าในจินตนาการตอนนั้นจึงออกมาเป็นเหมือนท่าทางเต้นรำแบบอ้ฟริกัน แถมด้วยการร่ายบริกรรมเวทย์มนตร์ เพื่อเข้าต่อสู้

แม้จินตนาการจะไม่สุดสิ้น แต่เพลงก็มีที่สิ้นสุด เมื่อเพลงจบลง ข้าพเจ้ายังไม่ทราบว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ



พอข้าพเจ้ามาอ่านชื่อเพลงเข้า Tribal Gathering หรือ การชุมนุมของชนเผ่า ที่นี้ข้าพเจ้านึกไปถึงการบูชายัญ และแล้ว จินตนาการก็เปลี่ยนไป

เสียงไวโอลินยังทำให้ข้าพเจ้านึกถึงสาวน้อย และเสียง percussion ยังบอกจังหวะของชะตาชีวิตอยู่ เพียงแต่ ข้าพเจ้ามองเห็นกองไฟ มองเห็นการร่ายรำของชนเผ่านับหมื่น ๆ ชีวิต วันนี้ชนเผ่าคนเถื่อนต่างก็มาชุมนุมกันรอบกองไฟ โดยมีสาวน้อยถูกมัดเอาไว้กับเสาไม้ เพื่อเป็นเครื่องสังเวยในพิธีบูชายัญ

อันที่จริง การชุมนุมของชนเผ่า อาจจะไม่จำเป็นต้องมาบูชายัญก็ได้ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการรวมตัวของชนเผ่าคนเถื่อน เพราะว่า Tribal Gathering นี้เป็นชื่องาน Dance Music Festival งานหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ

แต่เนื่องจากความคิดได้ต่อเนื่องมาจากภาพการต่อสู้ในจินตนาการครั้งแรก (ซึ่งก็ต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สหายท่านนั้นเผชิญในถิ่นทุรกันดาร) ข้าพเจ้าจึงอดจินตนาการไปในแบบนั้นไม่ได้ว่า สาวน้อยคนนั้นกำลังจะถูกบูชายัญ เพราะหลงเข้าไปในดินแดนของคนเถื่อน ที่เค้าไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่างของเธอ

เสียงไวโอลินในตอนนี้จึงเหมือนเสียงที่กรีดร้องด้วยความกลัวของสาวน้อย แต่นั่นก็ไม่อาจทัดทานเสียงเกรี้ยวกราด รุนแรง ดุดัน จากเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้

เมื่อเพลงจบลง ข้าพเจ้าจินตนาการไปไม่เห็นตอนจบ อาจเป็นเพราะ ข้าพเจ้าไม่อยากให้ตัวเอกเป็นฝ่ายแพ้ แต่ ชีวิตก็แบบนี้ล่ะ ไม่มีอะไรแน่นอน แล้วก็คงไม่ได้จบลงอย่างมีความสุขทุกครั้งไปหรอกนะ



ดูเหมือนว่า เรื่องราวที่สหายท่านนั้นพยายามสู้ (คือที่บ่นไว้นั่นแหละ) จะสำเร็จไปได้ในระดับหนึ่ง และตอนนี้ เธอก็ไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนั้นอีกต่อไปแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกัน ข้าพเจ้ากับสหายท่านนั้น ณ วันนี้ ก็ทำความเข้าใจกันดี ไม่มีอะไรค้างคาในใจต่อกันอีก และเป็นสหายที่ดีต่อกันแล้ว เพียงแต่ว่า... พวกเราก็ยังไม่เคยเจอกันอยู่ดีนั้นแหละ

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าเชื่อว่า ถ้าเราอยากจะรู้จักใครสักคนใน internet ให้มากขึ้นนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การอ่าน "ความคิด" ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่เค้าเขียน และเปิดใจของเราให้กว้างเข้าไว้

แล้วศัตรูก็จะเปลี่ยนเป็นมิตรได้ ด้วยการพยายามที่จะเข้าใจความคิด ความรู้สึก ของกันและกัน

ทุกครั้งที่ฟังเพลง Tribal Gathering นี้ ข้าพเจ้าก็ยังคงคิดถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น และนึกถึงภาพในจินตนาการที่เคยมีต่อเพลงในวันนั้น แต่ว่าตอนนี้ ข้าพเจ้าก็เกิดความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย นั่นก็คือ... ณ วันนี้ พวกเราเป็นฝ่ายเดียวกัน

ว่าแต่สหายท่านอื่นฟังเพลงนี้แล้ว จินตนาการถึงอะไรบ้างล่ะ



หมายเหตุ
สองปีที่แล้ว ข้าพเจ้านำเพลง Tribal Gathering นี้ไปประกอบ VDO หัดทำเล่น ๆ เรื่องหนึ่ง โดยนำภาพถ่ายชุด Epic Fight ! จำนวน 8 ภาพของคุณ
หมาเลี้ยงแกะ มาเรียงกันเป็น VDO ความยาว 5 นาที

Epic Fight ! เรื่องนี้ จะจบลงอย่างมีความสุขหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ขอบอกไว้ก่อนว่า เนื่องจาก VDO ที่ทำนั้นข้าพเจ้าหัดทำอย่างลวกมาก ๆ การลำดับภาพทำได้น่าเบื่อแล้วชวนให้ง่วงอย่างมาก ขณะนี้ยังไม่มีเวลาทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง

edit @ 9 Mar 2008 22:50:52 by Plin, :-p

Comment

Comment:

Tweet


จังหวะน่าเต้นจริงๆค่ะ ให้ตายสิ

ส่วนใหม่จินตนาการถึงมีคนเต้นรอบกองไฟ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ

แล้วก็ชอบมากเลยค่ะ ดนตรีดุดันมากๆ กร๊าก cry
ปล. ชอบ Vanessa มากๆค่ะ big smile
#4 by 'ติสท์จิตหลุด At 2008-04-18 10:59,
หุ ๆ

ผมคงแนะนำไม่ได้หรอกครับ

เพลงแต่ละเพลงทีแนะนำ จะเป็นเพลงที่ชอบ หรือ เกี่ยวข้องกับผมในบางช่วง พอเป็นแบบนั้น ก็เลยรู้จักเฉพาะเพลงนั้น ๆ ไป น่ะครับ

ขอบคุณครับbig smile
#3 by Plin, :-p At 2008-03-15 19:35,
ไม่ได้ฟังเพลงของวาเนสซ่า เมย์ นานแล้ว
ที่เคยฟังก็เป็นเพียงแบบเปิดผ่านหู

เอาเข้าจริงๆ ความรู้ด้านเพลงยังน้อยนิด แต่ดันต้องมารับหน้าที่เขียนวิเคราะห์เพลงในนิตยสารที่ทำอยู่ สงกะสัย คงต้องขอคำชี้แนะให้บ้างช่วงบ้างตอนเสียแล้วครับ

ส่วนบทความที่เขียน ผมว่าเป็นการดีนะครับที่เราสามารถทบทวนตัวเองได้เป็นฉากๆ สำหรับเรื่องราวที่ผ่านมา
big smile
#2 by kitt At 2008-03-15 00:12,
-บางทีการทะเลาะก็ทำให้คิดอะไรได้มากขึ้นนะ เหมือนเป็นกระบวนการทางสังคม(ซะงั้น)

-เพลงเพราะมากๆเลย

Plin, :-p
View full profile