2008/Oct/26

[อ่านบทความอื่น]



ใคร ?

คิดว่าผู้อ่านหลายท่านที่เปิดเข้ามา คงพอจะทราบกันแล้วล่ะว่า ตำรวจในภาพนี้เป็นใคร ว่าแต่ ท่านทราบตั้งแต่เมื่อไรกัน

ข้าพเจ้าเอง เพิ่งจะทราบเมื่อวานนี้ (25 ตุลาคม พ.ศ. 2551) จึงต้องขอบันทึกเอาไว้ เป็นที่ระลึกสักหน่อย (ส่วนท่านที่ยังไม่ทราบ กรุณาอย่างอ่านข้ามไปข้ามมา)



น้อยคนนักที่จะปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นภาพดังกล่าว เมื่อใดก็ตาม ที่ได้มีการรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ภาพของตำรวจที่ถือปืนมือหนึ่ง และอีกมือหนึ่งคาบบุหรี่ไว้ที่ปากรูปนี้ ก็มักจะต้องถูกนำเสนอขึ้นด้วยอยู่บ่อยครั้ง

แต่ไม่ค่อยมีการกำกับภาพไว้ว่า ตำรวจในภาพนี้คือใคร ปล่อยให้หลาย ๆ คนสงสัย นอกจากจะไปค้นหาคำตอบกันเอาเอง ซึ่งข้าพเจ้ายอมรับว่า ไม่เคยสงสัยมากพอจะไปหาต่อ ได้แต่เฝ้ารอให้ใครสักคนมาบอก

ในที่สุดเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ทาง ผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้นำเสนอข่าวเรื่อง
เรื่องเล่าจากตำนานกับ"พล.ต.อ.สล้าง(ต้อง) 6 ศพ"! โดยนำภาพตำรวจรูปนี้ขึ้นเสนอ และ กำกับภาพนี้ไว้ว่า "สล้าง บุนนาค" เมื่อครั้งตุลา 19 กำลังคาบบุหรี่ ยืนเล็งปืนเข้าไปภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยในเนื้อข่าวยังเขียนไว้อีกด้วยว่า


ครั้งนั้น ก่อนไปทำข่าว รุ่นพี่นักข่าว เล่าให้ฟังถึงวีรกรรมของพล.ต.อ.สล้างพอเป็นที่สังเขปว่า นายตำรวจผู้นี้ "ไม่ธรรมดา" โดยยกตัวอย่างภาพ นายตำรวจผู้หนึ่ง คาบบุหรี่ มือขวากำอาวุธปืน ยืนเล็งเข้าไปภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อตุลา 19 รุ่นพี่นักข่าวบอกว่า เขาล่ะ "สล้าง บุนนาค" จากนั้นเราก็ไม่ได้สอบถามรายละเอียดอะไรมากนั้น จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์"วิสามัญฆาตกรรมบันลือโลก" โจ ด่านช้างกับพวกรวม 6 ศพ



http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126471

อย่างไรก็ตาม ถ้าท่าน Click เข้าไปอ่านข่าว ณ เวลานี้ ท่านก็จะพบว่า ทางผู้จัดการออนไลน์ ได้แก้ไขเนื้อหาข่าวไปแล้ว !!! (แก้แม้กระทั่งเวลาเขียนข่าว จากช่วงก่อนเที่ยงเป็น 16:21 น.) โดยลบภาพดังกล่าวออก และลบข้อความข้างต้นออกไปด้วย เหลือเพียง


สำหรับวีรกรรมของ พล.ต.อ.สล้าง ในอดีตนั้นนับว่า "ไม่ธรรมดา" หากยังพอจำกันได้กับเหตุการณ์ "วิสามัญฆาตกรรมบันลือโลก" โจ ด่านช้างกับพวกรวม 6 ศพ


โดยไม่ได้บอกกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง เนื้อหาข่าวนั้นเป็นเช่นไร ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถหาร่องรอย (ข้อความที่ระบุว่าตำรวจคาบบุหรี่ผู้นั้น คือ สล้าง บุนนาค) ได้จากการโพสต์ตอบของผู้อ่าน ที่หน้าข่าวนั้นได้ (ถ้าไม่ถูกลบออกไปภายหลัง)


http://mblog.manager.co.th/phakri/6-122/

เสียดายที่ข้าพเจ้าไม่ได้บันทึกหน้าจอของเมื่อวานเอาไว้ และเสียดายที่หา Cache ของข่าวนี้จาก Google ไม่ได้ แต่โชคดีที่หาสำเนาของข่าวนี้ได้จาก blog หนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิก mblog ของผู้จัดการเอง


http://mblog.manager.co.th/phakri/6-122/

เมื่อ web ได้มีการแก้ไขเนื้อหาของข่าวแบบนี้ แสดงว่า คงต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติขึ้นเป็นแน่ ว่าแต่.. ทีมข่าวอาชญากรรม ของผู้จัดการออนไลน์ เกิดไปได้ข้อมูลเช่นนี้มาจากที่ไหนกันเล่า แล้วได้ตรวจสอบก่อนนำเสนอหรือเปล่า

หรือว่า ไปลอกของเค้ามา !!??!!?? แล้วยังไม่ให้ credit เค้าอีก !!??



ดังที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ข้างต้น ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนหรอกนะว่า นายตำรวจผู้นี้เป็นใคร (ตอนนั้นทาง web ผู้จัดการยังไม่ได้แก้ไขเนื้อข่าว) ได้แต่พูดกับตัวเองว่า "เฮ้ย ทำไมเราไม่รู้มาก่อนเลยเนี่ย"

ข้าพเจ้าเลยลองตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมสักหน่อย ก็พบว่า ช่วงก่อนวันที่ 25 ที่ผ่านมา web บางแห่ง ได้คัดลอกข้อความข่าว เรื่อง
"สยอง..!!!...ขวัญ"...!!! บทเรียนสำคัญจาก"สล้าง บุนนาค" จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า


http://www.naewna.com/news.asp?ID=127767

ข่าวนี้เขียนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ว่า


ในสมัยนั้นหลายคนคงคิดถึงภาพเหตุการณ์ เมื่อ 6 ตุลา 19 ศพของผู้เสียชีวิตที่สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ขณะนั้นพ.ต.ท.สล้าง บุนนาค เป็นบุคคลที่มีบทบาทในการปราบปรามกลุ่มนักศึกษาศึกษา มีภาพถูกตีแผ่ออกไปทั่วโลก"มือด้านขวาถือปืนสั้นประจำกาย ยิง และสาดกระสุนปืน เข้าไปใน ม.ธรรมศาสตร์ อย่างใจเย็น โดยที่ปากคาบบุหรี่อย่างสบายใจ" ภาพนั้นถูกตีแผ่ออกไป จนเป็นจุดเริ่มต้นการมีชื่อเสียงของบุคคลที่ชื่อว่า

"พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค"...!!!


ข้าพเจ้าได้เห็นแหล่งข่าวสองที่แล้ว ก็กำลังจะเริ่มเชื่อ แต่บังเอิญตอนนั้นสังเกตุว่า ภาพข่าววิสามัญฆาตกรรม โจ ด่านช้าง ที่ web ผู้จัดการ น่าจะเป็นภาพเดียวกันกับ "สกู๊ปแนวหน้า" ชิ้นนี้ ก็เลยสงสัยว่า ผู้จัดการออนไลน์ "อาจจะ" ได้ข้อมูล "ภาพตำรวจคาบบุหรี่ถือปืน" มาจากแนวหน้าก็เป็นได้

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงลองหาข้อมูลต่ออีกที่หนึ่งนั่นคือที่
2519.net ซึ่งข้าพเจ้าได้ข้อมูลดังต่อไปนี้


วิโรจน์ มุทิตานนท์ (วิโรจน์ เอ็ม. 16)

จำได้ว่าผมถ่ายรูปตำรวจถือปืนมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก ผมเห็นเขายิงจนหมดกระสุน ฝ่ายตำรวจยืนยิงอยู่ แต่ทางนิสิตไม่มีอะไรเลย ทางนี้ก็วิ่งกันไปวิ่งกันมา ผมไม่เห็นล้มสักคน ถ้าล้มคงเป็นเพราะเหยียบกันเองมากกว่า ตรงนี้ผมปิดความจริงไม่ได้ ใครถามผมก็เล่า เพราะผมไม่กลัว มันเป็นความจริง ผมเห็นอย่างไรก็บอกอย่างนั้น จะไปบิดเบือนประวัติศาสตร์ได้อย่างไร"

จาก http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=3&s_id=14&d_id=14






การที่ใช้คำว่า “ข้ออ้าง” ในการกล่าวถึงมุมมองนายตำรวจก็เพราะหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายถูกทนายฝ่ายจำเลยซักถาม ก็ปรากฏว่ามีปัญหาหลายประเด็นเกี่ยวกับคุณภาพของคำให้การของพยานโจทก์ กรณีที่ชัดเจนมากคือกรณีของร้อยตำรวจโท วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล ที่ให้การในศาลว่าตนเองไม่ได้ยิงปืนในเหตุการณ์ ๖ ตุลา แต่ปรากฏว่าฝ่ายทนายจำเลยมีรูปภาพ ร.ต.ท. วัชรินทร์ คาบบุหรี่ยิงปืนเข้าไปในธรรมศาสตร์ในวันนั้น (ธวัชชัย ๒๕๒๒ : 167, 183 และ185, สารคดี ต.ค. ๒๕๔๑: 145)

จาก บทที่ 1 ๖ ตุลา จากมุมมองนักวิชาการและนักเขียน (หน้าที่3)





ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจตรงจุดนี้มาก่อนเลย และข้าพเจ้าก็คิดว่า ภาพถ่ายตำรวจคาบบุหรี่ยิงปืน ที่พูดถึงนั้น น่าจะเป็นภาพเดียวกับภาพข้างต้น (ซึ่งก็น่าจะถ่ายโดย วิโรจน์ มุทิตานนท์) เพราะถ้าเป็นคนละภาพกัน ณ วันนี้เราก็น่าจะเห็นภาพตำรวจคาบบุหรี่ยิงปืนในแบบอื่นบ้าง

ตอนนี้ข้าพเจ้าจึงได้อีกชื่อหนึ่งขึ้นมาแล้วในสมอง เพื่อตรวจค้นอีก ก็คือ ร.ต.ท. วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล ก็ไปเจอข้อความจาก
กระทู้นึง ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ 8 มีนาคม พ.ศ. 2551 กำลังพูดคุยกันเรื่องรูปนี้พอดี มีผู้ตอบในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2551 ว่า


คนที่กำลัง "ยิง" ในรูปคือ

ร.ต.ท. วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล
ผู้บังคับกองร้อยที่1 บางเขน โรงเรียนนายสิบตำรวจบางเขน

จาก ดูดิครับ มันน่าเตะมั้ย ตำรวจไทย (เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน)



ต่อมาในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551 ในกระทู้เดียวกันนี้ ได้มีผู้เสนอว่า รูปดังกล่าวเป็น พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค โดยได้ข้อมูลจาก wikipedia แต่ก็ได้มีการโต้แย้งว่า ข้อมูลที่ว่า ภาพนั้นเป็น ร.ต.ท. วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล ได้อ้างอิงจาก หนังสือ "จาก 14 ถึง 6 ตุลา" โดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

ซึ่งข้าพเจ้ายังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้ แต่ในบทความเรื่อง
เหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ wikipedia ณ วันนี้ (26 ตุลาคม พ.ศ. 2551) ระบุว่า ตำรวจในภาพคือ ร.ต.ท. วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล (แต่อย่าลืมว่า wikipedia เป็น สารานุกรมที่ใครก็เข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้)



หลังจากนั้น ก็กลับมาตรวจสอบที่ข่าวในผู้จัดการออนไลน์ (ข่าวแรกที่ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าเป็น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค) อีกหลายครั้ง พบว่า มีผู้เข้ามา comment หลายท่านทีเดียวว่า ตำรวจในภาพน่าจะเป็น ร.ต.ท. วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล มากกว่า

จนในที่สุด ผู้จัดการออนไลน์ ก็ (น่าจะเริ่มคิดว่ามีความผิดปกติของเนื้อข่าว จึงได้) แก้ไขข่าวดังที่ข้าพเจ้าได้บอกไว้แล้วข้างต้น โดยที่ไม่ชี้แจงแต่อย่างใด คล้ายกับว่า ถ้าไม่สามารถด่าว่าเรื่องนึงได้ ก็จะด่าว่าเรื่องอื่นต่อ เรื่องที่ได้เผลอด่าว่า (อย่างไม่มีหลักฐานเพียงพอ) ไปแล้ว ก็จะไม่มีการแก้ต่างให้ในภายหลังด้วย

ซึ่งเป็นไปได้ว่าตอนนี้ คงจะมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่อ่านเรื่อง "ตำรวจคาบบุหรี่ถือปืน" จากแนวหน้า ผู้จัดการ รวมถึงข่าวตาม webboard ต่าง ๆ ที่ได้มีการคัดลอกบทความดังกล่าว (นี่ยังไม่นับว่า อาจจะมีการส่ง forward mail อีกก็ได้) โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอะไรบ้างเลย ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น ก็คงจะเชื่อ และ บอกต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ อีก



ณ จุดนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่า ข้าพเจ้าได้ข้อสรุปแล้วว่า ตำรวจในภาพคือใครกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ข้าพเจ้าได้ข้อสรุปดังนี้
  • หลายครั้งที่นักข่าวเขียนข่าวขึ้นโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล
  • หลายครั้งที่นักข่าวได้ข้อมูลมา แต่ไม่อ้างแหล่งข่าว
  • หลายครั้งที่นักข่าวลอกผลงานคนอื่นมาดื้อ เช่น ภาพข่าว
  • หลายครั้งที่นักข่าวไม่ยอมรับว่าตนเองผิด
    ที่น่ากลัวก็คือ
  • หลายครั้งที่นักข่าวได้ส่งเสริมให้เกิดความเกลียดชังและอวิชชา ให้เกิดขึ้นในสังคม โดยอาจจะตั้งใจ และ ไม่ได้ตั้งใจ
    และ
  • หลายครั้งที่สังคมได้หลงลืมหลักของกาลามสูตรไปเสียสิ้น




ฉะนั้น ข้าพเจ้าขอถามผู้ที่เขียน สกู๊ปแนวหน้า และ ทีมข่าวอาชญากรรมของผู้จัดการออนไลน์ ว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ตำรวจในภาพไม่ใช่ พล.ต.อ. สล้าง บุนนาค แล้วล่ะก็ พวกท่านซึ่งเป็นผู้เขียนข่าว จะรับผิดชอบและอธิบายเรื่องนี้ต่อสังคมว่าอย่างไร หรือว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ปล่อยให้เรื่องหายไปกับสายลม

เพียงเพราะว่า ในสังคมไทยขณะนี้ กำลังเกิดกระแสความคิดที่ว่า เมื่อใครก็ตาม ที่ได้ทำผิดสักเรื่องหนึ่งไปแล้ว ในเรื่องอื่น ๆ เค้าผู้นั้น ก็ต้องผิดไปด้วย แม้กระทั่งบางเรื่องที่เค้าเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ จนกลายเป็นการกล่าวหาไป อย่างไร้เหตุผล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใครผู้นั้น เป็นผู้ที่เราเกลียด.. หรือบางครั้ง.. กลัว







[อ่านบทความอื่น]

 

 

edit @ 26 Oct 2008 17:10:51 by Plin, :-p

edit @ 26 Oct 2008 17:35:31 by Plin, :-p

Comment

Comment:

Tweet


ดีชั่ว สักวันปรากฎ
#7 by (1.46.8.127|1.46.8.127) At 2015-04-29 13:39,
ขอบคุณอย่างจริงใจครับ ตอนดูรูปนี้ก็สองจิตสองใจ เพราะหน้าไม่มีเค้าเหมือน พล.ต.อ.สล้างเลยแม้แต่เสี้ยว....แต่ใจหนึ่งก็ยังคิดว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ในสารบบของสื่อ...คงจะมีมูลอยู่พอสมควร...แต่ทว่าพออ่านบทความชิ้นนี้...ก็ทำให้มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อมั่นว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ ผู้จัดการเอามาลง...นึกต่อไปว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้สัตว์ที่ดุร้ายกระหายเลือด...บางทีอาจจะเป็นสื่อ...บางค่ายที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณของนักสื่อสารมวลชนอย่างแท้จริง....พวกเขาเป็นเพียงคนที่มักมากในประโยชน์ส่วนตนเสียมากกว่า..ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์....เพียงเท่านั้น..ไม่ได้ดำรงความเป็นผู้บอกข่าวกับผู้คนในสังคมว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง...แต่บอกว่าสิ่งที่บอกนั้นมันจริงอยู่แล้ว...confused smile
#6 by คนประจวบ (203.113.28.138) At 2008-10-30 16:32,
อุดมการณ์ กับ ตัวบุคคล

#5 by At 2008-10-27 16:12,
เป็นประเด็นที่ต้องคุยกันยาวครับ

ในฐานะทำงานสื่อสารมวลชนเหมือนกัน ผมเข้าใจว่า บ่อยครั้งหน้าที่การทำงานก็บังคับให้เราต้องทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับมูลความจริงเสียเท่าไร...

ดูท่าเป็นข้อหาร้ายแรงใช่ไหมครับ?
ก็เพราะว่าสื่อคือผู้ที่ต้องดำรงตนให้อยู่ระหว่างกลางมากที่สุด ในสถานะการณ์ที่หวังพึ่งพาข่าวสารจากสื่อมากที่สุดเช่นดียวกัน

แต่บางครั้ง จุดประสงค์ของข่าว มีไว้เพื่อ 'ขาย' มากกว่าคำนึงถึงความผิดถูก...เพราะถ้าผู้เขียนได้จุดประเด็นให้เป็นที่กล่าวขาน และข่าว 'ขายได้' ขึ้นมา เมื่อนั้นความเท็จ ก็ถึงจะกลายเป็นความจริง-หลังจากที่ผ่านการสืบเสาะหาข้อมูล

ถึงอย่างไร ผมก็ไม่ได้เหมารวมทั้งหมด...เป็นเพียงประสบการณ์เสี่ยวหนึ่งที่เคยได้ผ่านพบมา
#4 by kitt At 2008-10-27 01:03,
พักหลังๆ เลิกไว้ใจสื่อแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะนำเสนอข้อเท็จจริง หรือนำเสนอความคิดเห็นใส่ไข่ Hot!
#3 by chubby At 2008-10-26 19:14,
ขอบคุณมากๆ เลยครับเป็นอีกเคสนึงที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ.. อย่างนี้ปอนคงต้องขอเอาไปสอนเด็กๆ นะครับ confused smile
#2 by ปอนปอน At 2008-10-26 18:37,
sad smile
#1 by caffeineaddict At 2008-10-26 16:56,

Plin, :-p
View full profile