เรื่องของเรื่องคือผมเองก็เคยมีอุบัติเหตุศีรษะกระแทก สมองกระเทือน จำใครไม่ได้เลย 2 วันเต็ม ๆ เลยครับ จนบัดนี้ผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นไม่ได้เลยครับ
ฟังคนที่พาผมไปส่งตรวจวันนั้นเล่าว่า ผมจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุ ตะโกนโหวกเหวกไม่รู้พูดอะไร
อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าผมเมา ไม่นะครับ ไม่ได้เมา อุบัติเหตจริง ๆ ครับ
ดังนั้นวันนี้จะมาเล่าเรื่องศีรษะกระแทก สมองกระเทือน ละกันนะครับ ถ้าหากผมทับศัพท์ภาษาอังกฤษบ้างก็ต้องขออภัย

เวลาศีรษะกระแทก หรือได้รับบาดเจ็บจากแรงกระทำภายนอกนั้น ถ้ารุนแรงพอมันก็จะกระเทือนไปถึงสมองด้วย ทำให้สมองได้รับบาดเจ็บได้ (ศีรษะกระแทกไม่จำเป็นต้องสมองบาดเจ็บทุกครั้งไปนะครับ) ตรงนี้มีศัพท์เรียกนะครับคือ Traumatic brain injury (TBI) ซึ่งการบาดเจ็บนี้ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนะครับ
การที่สมองได้รับบาดเจ็บนั้น นอกจากจะเป็นจากการที่มีการบาดเจ็บที่ศีรษะ (เช่นจากกระแทก) แล้ว ยังเกิดจากแรงที่กระทำต่อสมองเวลาเกิดความเร่งหรือความหน่วงได้ (นึกถึงเวลานั่งรถน่ะครับ ถ้ารถเร่งเร็วขึ้น เราจะเหมือนถอยหลัง ถ้ารถเบรคกระทันหันเราก็คะมำ สมองก็เหมือนกันครับ มันก็เคลื่อนและกระแทกในกระโหลกได้ครับ ถ้าเร่งหรือเบรครุนแรงเกินไป)

การบาดเจ็บที่สมอง (TBI) นี้ถ้ารุนแรงไม่มากมีศัพท์เรียกอีกคำนะครับ คือ concussion (ตามหัวเรื่อง) ซึ่งการบาดเจ็บทางสมองระดับนี้นั้น มีนิยามที่ต่าง ๆ กันออกไป แต่โดยทั่ว ๆ ไปก็หมายถึงการบาดเจ็บที่ความรุนแรงไม่มากนัก โดยความบกพร่องของการทำงานในระบบประสาทสมองเกิดขึ้นเร็วแล้วก็ค่อย ๆ หายอย่างเองได้ อาจจะสลบหรือไม่สลบก็ได้ เมื่อไปตรวจทางรังสี (ดูภาพถ่ายรังสีสมอง) ก็มักจะไม่พบความผิดปกติ
ถ้าถามว่าต้องกระแทกแรงแค่ไหน สมองถึงบาดเจ็บ อันนี้ตอบไม่ได้นะครับ ไม่ทราบข้อมูลเหมือนกัน และคิดว่าคงไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ด้วย
สมองนั้น ถูกยึดให้อยู่ในกระโหลกด้วยเส้นประสาท เส้นเลือด เยื้อหุ้มสมอง แล้วก็เนื้อเยื่ออื่น ๆ ซึ่งเวลาเกิดศีรษะกระแทกซึ่งรุนแรงพอ สมองอาจจะเคลื่อนได้บ้างแล้วไปกระแทกกับกระโหลกจนได้รับบาดเจ็บ แม้เส้นประสาทที่ยึดก็อาจจะมีการยืดตึงขึ้น เกิดการบาดเจ็บในระดับเส้นประสาทเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีการหลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา รวมถึงมีการสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้น ทำให้สมองได้รับบาดเจ็บมากขึ้น
อาการสำคัญของการบาดเจ็บที่สมอง (เอาว่าเราถือว่าถ้าหัวกระแทกธรรมดานี่ไม่เป็นไรแล้วนะครับ จะพูดว่าเป็นสมองบาดเจ็บไปเลย) ก็คือ สับสน ความจำเสื่อม ซึ่งอาจจะไม่สลบก็ได้ และโดยส่วนมากก็ไม่ได้สลบ ซึ่งอาการดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นทันที หรือหลายนาทีหลังจากเกิดเหตุการณ์

ความจำเสื่อมนี้ ก็มักจะจำเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ และพบได้บ่อย ๆ ที่ไม่สามารถนึกย้อนกลับไปได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก่อนอุบัติเหตุ
อาการแสดงอื่น ๆ ของการบาดเจ็บที่สมอง (อย่างไม่รุนแรง) ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทันที หรือ ค่อย ๆ เกิดขึ้นในเวลาหลายนาที จน ถึงหลายชั่วโมง ที่เกิดเร็วหน่อยก็เช่น ปวดศีรษะ มึนงง เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน
ต่อมาหลายชั่วโมงจนถึงเป็นวัน ๆ ก็อาจจะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ความสามารถในการคิด การรับรู้ก็จะผิดปกติ อาจได้ยินเสียงที่แว่วผ่านมาดังกว่าปกติ การนอนหลับก็ไม่เป็นปกติไปด้วย
ผู้ที่รับบาดเจ็บทางสมอง (Concussion อืม... เอาว่าจากอุบัติเหตุละกันนะครับ) ก็อาจจะสังเกตุได้ดังนี้ครับ
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่วนหนึ่งจะมีอาการชักได้ครับ (Post-traumatic seizures) ซึ่งโอกาสเกิดน้อยกว่า 5% ของผู้ที่มีการบาดเจ็บสมองแบบไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงปานกลาง ซึ่งถ้าจะมีการชักเกิดขึ้นนั้น ประมาณครึ่งนึงจะชักตั้งแต่ภายใน 24 ชั่วโมงแรก (ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ที่จะชักก็จะเกิดในครึ่งชั่วโมงแรก)
การที่มีการชัก (seizure) เกิดขึ้นหลังจากมีการบาดเจ็บนั้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรคลมชัก (epilepsy) ในเวลาต่อมาทุกคน แต่ก็มีความเสี่ยงได้มากถึงประมาณ 25%
โดยทั่วไปการบาดเจ็บสมองหลังจากที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะแบบไม่รุนแรงนั้น มักจะไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่อะไรก็ไม่แน่นอน เพราะว่าสมองอาจได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่คิดได้ สมองอาจมีการช้ำ บวม และมีเลือดออกได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุที่ทำให้อาการของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แย่ลงอย่างรวดเร็วได้
เลือดที่ออกในศีรษะนั้นอาจจะออกในเนื้อสมอง หรือ ออกระหว่างสมองกับกระโหลกศีรษะได้ ซึ่งอาจจะเป้นแบบใต้เยื่อหุ้มสมอง (subdural hematoma) และ แบบเหนือเยื่อหุ้มสมอง (epidural hematoma) ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของเส้นเลือดกับเยื่อเกี่ยวพัน (ที่ยึดเชื่อมระหว่างสมอง เยื่อหุ้มสมอง กระโหลกศีรษะ) ที่ถูกยืดตึงระหว่างเกิดอุบัติเหตุ (คิดถึงผู้โดยสารที่เคลื่อนที่ตรงข้ามกับรถ) หรือมีการแตกของกระโหลกศีรษะทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นขาดตามไปด้วย
การที่มีการบาดเจ็บที่ศีรษะนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการทำเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ทุกครั้งไปนะครับ ถ้าไป รพ ก็จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกายก่อนครับ ซึ่งก็จะมีเกณฑ์เป็นแนวทางอยู่ว่า เมื่อไหร่จึงจะต้องทำ CT Scan
โดยทั่วไปถ้าสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ไม่ลืมตา พูดไม่รู้เรื่อง ไม่ทำตามสั่ง มีข้อสงสัยว่าจะมีฐานกระโหลกศีรษะแตก กระโหลกแตกแบบยุบหรือมีแผลเปิด อายุมาก อาเจียนมากหลายครั้ง ความจำเสื่อม กลไกการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างรุนแรง ชัก กินยากันการแข็งตัวของเลือด มีภาวะเลือ่ดออกง่ายหยุดยาก ก็น่าจะต้องทำ CT scan (ถ้าไม่มีก็ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องทำ)

แน่นอนว่าแม้ว่าจะทำ CT scan แล้วเป็นปกติ (หรือไม่มีข้อบ่งชี้ต้องทำ CT) ก็ยังต้องสังเกตุอาการต่อ เพราะอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนต่อได้ ซึ่งไม่ได้เกิดทันที แต่ค่อย ๆ เกิดแม้แต่เลือดออก (ซึ่งระยะแรกตรวจไม่พบจาก CT) โดยทั่วไปแนะนำให้สังเกตุต่ออีก 24 ชั่วโมง โดยแพทย์อาจจะให้สังเกตุอาการที่บ้าน (โดยญาติ) หรือให้นอนรพ ถ้ามีข้อบ่งชี้
โดยทั่วไป รพ จะมีเตียงจำกัด ถ้าตรวจแล้วปกติจริง และญาติพอจะสังเกตุดูให้ได้ ก็มักจะให้กลับบ้านแล้วนัดมาอีกที ซึ่งก็ไม่ควรทำงานหักโหมในช่วง 24 ชั่วโมง ในคืนแรกนั้น ญาติควรต้องปลุกคนไข้บ่อย ๆ อาจต้องบ่อยถึง 2 ชั่วโมงต่อครั้ง
ระหว่างที่ญาติดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่บ้านนั้น ถ้ามีอาการผิดปกติดังนี้ ก็ให้รีบพามา รพ (ดังนั้นบ้านกับ รพ ไม่ควรไกลกันมาก)
ซึ่งอาการเหล่านี้มักบ่งว่า อาจจะมีเลือดออก หรือ สมองบวมมากขึ้นจากการช้ำ
เลือดที่ออกนี้ บางครั้งค่อย ๆ ออก ไม่ได้ออกแบบเฉียบพลันทันที จึงอาจมีอาการหลังจากอุบัติเหตุหลายวันได้ ซึ่งบางคน (โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เส้นเลือดเปราะ สมองเหี่ยว ประมาณว่าสมองแกว่งได้ง่ายขึ้น) มีศีรษะกระแทก มีการบาดเจ็บซ้ำ ๆ เลือดอาจค่อย ๆ ออกสะสมโดยอาจกินเวลาเป็นสัปดาห์จนถึงเดือนกว่าจะมีอาการได้ครับ (chronic subdural hematoma)
โดยทั่วไปแล้วถ้าสมองได้รับการกระทบกระเทือนไม่มาก พยากรณ์โรคก็จะดี สามารถหายเป็นปกติได้ อย่างไรก็ตามก็อาจจะมีผลแทรกซ้อนบางอย่างที่ใช้เวลานานกว่าจะหาย (จะได้กล่าวต่อไปวันหลังนะครับ ถ้ามีโอกาส เรื่องอีกยาว)

อย่างไรเสีย ป้องกันไว้ก็ดีกว่าแก้นะครับ อย่าเล่นกีฬารุนแรง หลีกเลี่ยงการใช้ศีรษะไปกระทบกระแทก (เช่น โหม่งลูกฟุตบอล) ระมัดระวังอุบัติเหตุ ใส่หมวกกันน๊อคนะครับ

หมายเหตุ เรียบเรียงโดยสรุปย่อจาก Concussion and mild traumatic brain injury โดย Randolph W Evans, MD, FAAN จาก UpToDate version 14.1
edit @ 2006/06/25 01:37:48






