The-Plin-Theater

2007/Mar/24



โอมเพี้ยง... เจ้าถุงเท้า จงขยับ บัดเดี๋ยวนี้ !!!





อันนี้เป็น Stop Motion รุ่นทดลอง อันแรกจริง ๆ ของข้าพเจ้า ก่อน
How Bird(s) Eat Jelly กับ Snack(s) Debut เสียอีก แต่ไม่ได้เอามาเผยแพร่ใน blog มาก่อน (แต่ลงที่ Youtube นานมากแล้ว)

มูลเหตุก็คือความเซ็ง

ข้าพเจ้ามิทราบจะทำอะไรดีก็เลยคว้าเอากล้อง digital มาถ่ายถุงเท้าเล่น ๆ ประมาณ 40 - 50 ภาพ แล้วเอามาเรียงกันจนเป็น VDO ความยาว 4 วินาทีอย่างที่เห็น

โอมเพี้ยง... เจ้าถุงเท้า จงขยับ บัดเดี๋ยวนี้ !!!


บ้า ๆ บอ ๆ ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ก็หายเซ็งได้เหมือนกัน ไม่ยากหรอก สหายลองทำเล่นดูสิ

ใช้ Windows Movie Maker ที่แถมมากับ Windows ก็ได้

2007/Mar/20


ถ้าดูจาก Youtube ไม่ได้ สามารถเลือกดูได้จาก Google VDO


http://www.youtube.com/watch?v=LgCcvBU_hPA


http://video.google.com/videoplay?docid=-1867211653427195822&hl=en


*Entry นี้ต่อเนื่องจาก Entry ก่อนคือ "ดอกไม้ริมทาง"*





"เจ้าผึ้งน้อย" กับ "ดอกตะขบ"

ทุก ๆ เช้า ระหว่างทางที่ข้าพเจ้าเดินจากบ้านพักไปยังที่ทำงาน ก็จะผ่านกับ ต้นตะขบ และ ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าก็ได้พบกับ น้องผึ้ง เจ้าผึ้งตัวน้อยตัวนี้กำลังสาละวนอยู่กับ ดอกตะขบ

ใช่แล้วล่ะ ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งจะออกจากบ้าน น้องผึ้งได้เริ่มงานของมันแล้ว

ข้าพเจ้าออกจะอายอยู่สักนิด ที่ไม่เคยตื่นมาแล้วไม่เจอน้องผึ้งขาดงาน แถม.. ยังเริ่มงานก่อนข้าพเจ้าเสียอีก ข้าพเจ้าเคยคิดถามมันว่า เจ้าผึ้งน้อย เจ้าเคยรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับงานของเจ้าบ้างหรือไม่ ข้าพเจ้าได้แต่คิด ยังไม่เคยถามออกไป ด้วยว่าติดกำแพงแห่งเผ่าพันธุ์ เราทั้งสองจึงไม่อาจสื่อสารกันด้วยภาษาใดภาษาหนึ่งได้

วันนี้เป็นวันหยุด แต่เจ้าผึ้งน้อยไม่ยอมหยุดงาน ข้าพเจ้าแอบย่องไปทักทายมันน้องผึ้ง แต่น้องผึ้งไม่มีเวลาแม้แต่จะเหลียวมามอง มันยังคงขะมักขะเม้นกับงาน ณ ดอกตะขบ สถานที่ทำงานที่เดิม

เมื่อเจ้าผึ้งน้อยไม่อาจเข้าใจภาษามนุษย์ และข้าพเจ้าเองก็ไม่เคยเรียนภาษาผึ้ง ถ้าจะสือสารกันสงสัยข้าพเจ้าจะต้องสนทนาด้วยการ อ่าน ภาษากาย และบางทีอาจจะต้องใช้ภาษาใจด้วย

ข้าพเจ้าครุ่นคิดถึงคำถามที่เคยอยากถามอยู่ในใจ หวังว่าเจ้าผึ้งน้อยจะรู้สึกได้ หลังจากเฝ้าสังเกตุอยู่นาน ข้าพก็ไม่เห็นว่ามันจะมีทีท่าที่จะเหนื่อยแต่อย่างใด สงสัย.. มันจะตอบด้วยการกระทำให้ข้าพเจ้าอ่านและแปลเอาเองว่า ไม่เหนื่อยหรอก อืม.. ก็เป็นได้นะ

ว่าแต่ทำไมล่ะ ข้าพเจ้านึกถามในใจ

สักครู่.. เจ้าผึ้งน้อยก็ผละออกจากดอกตะขบดอกหนึ่ง ไปยังอีกดอกหนึ่ง กระโดดไปกระโดดมา บินไปก็บินมา คล้ายว่าจะเต้นรำ ข้าพเจ้าพิจารณาสักครู่ ก็รู้สึกว่ามันอยากจะบอกข้าพเจ้าว่า สนุกจัง สนุกจังเลย สนุกจังเหรอ? ข้าพเจ้าคิดถามขึ้น

ไม่แน่ใจว่าเจ้าผึ้งน้อยต้องการสื่อสารแบบนั้นจริงหรือไม่ ทำงานนั้นยุ่งยาก ต้องรับผิดชอบ จะต้องพบปะผู้คนมากหลาย ทั้งอาจต้องกระทบกระทั่งกับผู้ร่วมงานเสียอีก สงสัยว่า.. ข้าพเจ้าจะแปลความหมายผิดเป็นแน่

ทันใดนั้น เจ้าผึ้งน้อยมีเพื่อนผึ้งมาเยือน เห็นพวกมันบินด้วยกันอยู่รอบ ๆ ดอกตะขบอยู่ครู่หนึ่ง คล้าย ๆ ว่าจะสนทนากัน ทันใดนั้นเอง.. ผึ้งทั้งสองก็ผละออกจากกัน แยกไปทำงานที่ดอกตะขบ คนละดอก
ต้องสามัคคีกัน แบ่งงานกันทำ อย่าแย่งกันเด่น สนุกสิ สนุกจริง ๆ นะ

รักงานที่ทำสิ แล้วทำงานที่รัก


เจ้าผึ้งน้อยพยายามจะสนทนากับข้าพเจ้าหรือนี่ มิเพียงเท่านั้น ยังจะมาสอนข้าพเจ้าอีก

อืม.. ไม่หรอกข้าพเจ้าอาจจะคิดไปเองก็ได้นะ แต่ว่า.. สงสัยเรื่องนี้ไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ วันนี้เป็นวันพักผ่อน ข้าพเจ้าสมควรทำตัวสบาย ๆ และเช้าวันนี้.. ข้าพเจ้าก็เฝ้าดูเจ้าผึ้งน้อยทำงานของมันมานานพอแล้วล่ะ จินตนาการไปก็มากแล้ว สมควรที่จะมองอะไรตามความเป็นจริงเสียที เจ้าผึ้งพวกนี้น่ะ มีหน้าที่ออกไปหาน้ำหวาน ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของพวกมันอยู่แล้วต่างหากล่ะ คงจะ..ไม่ใช่ความรักในงานอะไรหรอกกระมัง

แต่ว่า.. ลองมาคิดกันอีกทีนะ ในฐานะผึ้งแล้ว.. ถ้าพวกมันไม่ทำงานนี้ ไม่หาน้ำหวาน สังคมผึ้งก็คงจะมีปัญหา แล้ว "ดอกตะขบ" เองก็คงไม่มีใครมาช่วยผสมเกสรด้วย

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ผู้สังเกตุการณ์ ถ้าผึ้งไม่ทำงานแบบนี้ แล้วเรามองผึ้งพวกนี้ว่าเป็นตัวอะไรกัน เรายังมองว่ามันเป็นผึ้งอีกหรือไม่ เราจะรู้จักและจดจำสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยนี้ในฐานะไหนกันนะ

นั่นสินะ.. จะมีคุณค่าอะไรกับโลกใบนี้บ้างล่ะ

ระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ทันใดนั้นเอง เจ้าผึ้งน้อยก็บินมาที่ตรงหน้า ปลุกข้าพเจ้าให้ตื่นจากภวังค์ คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่ผลของงาน ถ้ามนุษย์ไม่ทำงาน มนุษย์นั้นจะถูกสังคมรับรู้อยู่ในฐานะไหนกันนะ

ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า เป็นข้าพเจ้าเองที่คิดเรื่องเหล่านี้ได้ หรือเป็นเจ้าผึ้งน้อยที่ชี้นำให้คิดแบบนั้น โอ้.. เจ้าผึ้งน้อย หรือว่า.. เจ้าพยายามจะบอกอะไรกับข้าพเจ้าจริง ๆ



ธรรมชาติพยายามสอนอะไรเราอยู่ตลอดเวลา
ขึ้นกับว่าเราอ่านและตีความมันได้หรือไม่เท่านั้น



เรื่อง โดย Plin, :-p
VDO โดย Plin, :-p
เขียนครั้งแรก 17 มีนาคม 2550
แก้ไขครั้งสุดท้าย 19 มีนาคม 2550


2007/Feb/23

VDO Snacks Debut นี้ ข้าพเจ้าเอไปฝากไว้ 3 ที่คือ Youtube.com, Google Video และ Dailymotion.com

ถ้าดูอันไหนไม่ได้ สหายก็สามารถดูจากอีก site แทนได้







สำหรับ Snacks Debut นี้ ที่ web ที่ Youtube, Google Video, และ Dailymotion.com จะใช้ชื่อว่า Snacks Debut Reloaded ข้าพเจ้าค่อย ๆ ดัดแปลง VDO นี้หลายครั้ง อันที่นำมาขึ้น blog นี้ เป็น version ล่าสุด

ที่จริงข้าพเจ้าก็ยังไม่ค่อยพอใจนัก แต่ว่า... พอแล้วล่ะ ไว้ข้าพเจ้าจะทำใหม่เรื่องถัดไปละกัน

VDO ชุดนี้สร้างจากภาพถ่าย 42 ภาพ ซึ่งถ่ายไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ขณะที่ข้าพเจ้าไปประชุมที่เขาใหญ่

ตอนแรกข้าพเจ้าก็ดีใจอยู่หรอกว่า จะได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ที่ไหนได้เล่า หน่วยงานกลับเอาพวกข้าพเจ้าไปขังไว้ในโรงแรม จัดประชุมและปฏิบัติ workshop ตั้งแต่แปดโมงถึงบ่ายห้าทุกวัน

ประชุมเสร็จก็เหนื่อย แล้วก็นอน ไม่ได้ออกไปไหนเลย

ด้วยความเซ็ง ข้าพเจ้าจึง "ฆ่าเวลา" เล่นด้วยการถ่ายรูป 42 รูป (แบบลวก ๆ) ในห้องของโรงแรมนั่นเอง (ถ้าเพ่งดี ๆ ก็จะเห็นชื่อและโลโก้โรงแรมที่ข้าพเจ้าไปพักใน VDO นี้ด้วย)

ในครั้งแรก ข้าพเจ้าเอามาเรียงเล่น ๆ โดยใช้อัตราเร็ว 8 ภาพต่อ 1 วินาที จึงได้ภาพเคลื่อนไหว Stop Motion ยาวประมาณ 5 วินาทีเศษ ซึ่งสั้นเกินกว่าจะหาเพลงประกอบได้

จนเมื่อสัปดาห์ก่อน ข้าพเจ้าฟังเพลง The Blue Danube ของ Johann Strauss II แล้ว ก็ได้ความคิดว่า จะตัดเอาเพลงช่วง 40 วินาทีแรก (จากทั้งหมด 3 นาทีกว่า ๆ) มาใช้ประกอบ VDO โดยจะฉายภาพประมาณ 1 ภาพเศษ ต่อ 1 วินาที

VDO ที่เดิมยาว 5 วินาที ก็กลายเป็น 40 วินาทีขึ้นมา และภาพที่ได้ ก็จะเป็นแบบ Slow Motion ไปโดยปริยาย



เนื่องจากตอนที่ถ่ายรูปนี้ ไม่ได้วางแผนไว้ก่อนว่า จะเล่าเรื่องอะไร เนื้อเรื่องที่พยายามแทรกไปใน VDO รวมถึงชื่อ "title VDO" นี้ ข้าพเจ้าก็คิดขึ้นในภายหลัง โดยข้าพเจ้าเลือกใช้คำว่า Debut ที่แปลว่า first public appearance เพราะจินตนาการว่า ขนมพวกนี้ (และแก้ว 1 ใบ) กำลังเดินแนะนำตัวเองเป็นครั้งแรก ต่อ "คนผู้หนึ่ง"

และข้าพเจ้าเลือกใช้ภาษาอังกฤษโบราณ เช่น ใช้ Thou, Shalt, Thee เพื่อสื่อว่า คนผู้นั้น อาจจะเป็นใครสักคนซึ่ง "มีอำนาจเหนือ" ขนม และ แก้วใบนั้น (ซึ่งแก้วสำนึกได้ว่า "อาจจะ"หลงทางมา เพราะมันไม่ใช่ snack) ได้

บางที... นี่อาจจะเป็นการบูชายัญก็ได้นะ เนื่องจากมีคำว่า eat อยู่ "ผู้มีอำนาจ" พร้อมที่จะ "กัดกิน" "สูบเลือด" ผู้ที่เข้ามาหาก็ได้ หรือ อาจจะยังไม่ทำอะไร แต่ ปล่อยให้ยืนเสียว ๆ เล่นไปก่อนก็ได้เช่นกัน

ข้าพเจ้าไม่ได้คิดถึงประเด็นนั้นในตอนแรก แต่ว่า "เพิ่งจะ" คิดถึงมันหลังจากนำ VDO นี้ upload ขึ้น web เสร็จเรียบร้อยแล้ว...

ปล คิดมากให้อ่านเฉย ๆ ไม่ต้องถือเป็นจริงจัง ข้าพเจ้าก็ไร้สาระแบบนี้แหละ


Plin, :-p
View full profile