VietNam

2008/Apr/29

วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 หลังจากเยือนอุโมงค์กู๋จีในช่วงเช้าแล้ว ช่วงบ่ายคณะเราก็ไปเก็บตกสถานที่ต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้แวะไป ในนครโฮจิมินห์ซิตี้กัน เท่าที่เวลาจะอำนวยได้ เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวกันแล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น



พอดีเราแวะพักกันในร้านอาหารกันนานไปหน่อย กว่าจะมาถึงโบสถ์นอร์ทเทอดาม หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Saigon Notre-Dame Basilica (Nhà thờ Đức Bà Sài Gòn) ก็บ่ายสองแล้ว



คำว่า Notre-Dame เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า our lady ในที่นี้หมายถึง Virgin Mary หรือ พระแม่มารี นั่นเอง ที่หน้าโบสถ์ก็จะมีรูปแกะสลักพระแม่มารีอยู่ทำจากหินแกรนิต



โบสถ์นอร์ทเทอดาม สร้างขึ้นในสมัยที่ฝรั่งเศสยังเป็นจ้าวอาณานิคมอยู่ เดิมก่อนจะสร้างโบสถ์นี้ ในเมืองไซ่ง่อน (ชื่อเดิมของโฮจิมินห์ซิตี้) มีโบสถ์โรมันคาธอลิกอื่นที่สร้างขึ้นก่อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863 แต่ขนาดค่อนข้างเล็ก ไม่แข็งแรง และชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงต้องสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นมาแทน โดยโบสถ์นอร์ทเทอดามที่เห็นนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1880

ส่วนรูปแกะสลักพระแม่มารีนี้ นำเข้ามาจากกรุงโรมประมาณปี ค.ศ. 1959



จากจุดที่ถ่ายรูปโบสถ์ ถ้ามองไปทางขวาก็จะเห็นอาคารหลังหนึ่ง สถาปัตยกรรมเก่า ๆ อาคารนี้เป็น ที่ทำการไปรษณีย์โบราณ ซึ่งตั้งห่างจากโบสถ์นอร์ทเทอดามเพียงถนนกั้นเท่านั้น



ภายในอาคารสวยงามมาก ทีแรกข้าพเจ้ากะจะเดินชมให้ทั่วหน่อย แต่อยู่นานไม่ได้ เพราะเดี๋ยวเราต้องแวะไปที่อื่นกันต่ออีกแล้ว



เดินทางประมาณ 15 นาที พวกเราก็มาถึง อาคารรัฐสภา ในสมัยที่ยังแบ่งประเทศเป็นเวียดนามเหนือและใต้อยู่นั้น อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์บัญชาการการรบของทางฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้ (สนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา) เพื่อต่อสู้กับกองกำลังเวียดกง (คอมมิวนิสต์)

บัดนี้สงครามสงบลง อาคารรัฐสภาแห่งนี้ ก็กลายเป็นสถานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ไป









ภายในเปิดให้ชมห้องต่าง ๆ ซึ่งพยายามรักษาสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด



บริเวณนี้ถ่ายจากภายในอาคาร เป็นห้องที่ผนังด้านหนึ่งจะมีหน้าต่างเปิดออกไปนอก ทางทิศที่เป็นด้านหน้าของอาคารรัฐสภา



มองลอดออกไปก็จะเห็นสนามหญ้า เห็นน้ำพุที่อยู่ด้านหน้า และเสาปูนที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของผนังนั้น คุณไกด์บอกพวกเราว่า เค้าออกแบบให้เป็นรูปทรงของไม้ไผ่ แต่ข้าพเจ้ามองยังไง ๆ ก็คิดว่าดูคล้ายกับกระดูกมากกว่า



หลังจากแวะชมดูห้องต่าง ๆ ในตัวอาคารแล้ว เราก็แวะลงไปชมอุโมงค์ใต้ดินของทางฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้บ้าง ซึ่งมีทางลงไปข้างใต้อาคาร

จะเห็นได้ว่า ใหญ่โต โอ่โถง แข็งแรง กว่าอุโมงค์ของฝ่ายเวียดกงมากนัก ของฝ่ายเวียดกงต้องมุดเข้าไปทีละคน แต่ของรัฐบาลเวียดนามใต้นั้นกว้างใหญ่พอให้เดินยืดตัวตรง พร้อมกันหลาย ๆ คนได้เลย

ที่ห้องหนึ่งภายในอุโมงค์ใต้ดิน จะมีตารางแสดงประเทศที่เป็นพันธมิตรกับฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้ และจำนวนทหารที่ส่งเข้ามารบ ณ วันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1968



สำหรับบรรทัดบนสุดนั้น Hoa Kỳ คือ สหรัฐอเมริกา จะเห็นว่าส่งทหารเข้าไปเยอะมาก และสิ่งที่แสลงใจคนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวนิดหน่อยก็คือ Thái Lan หรือ ประเทศไทยนั้น ก็เป็นพันธมิตรกับเวียดนามใต้เช่นกัน โดยส่งทหารเข้าไปร่วมต่อต้านเวียดกงด้วย

คือ พอพูดถึงสงครามเวียดนามนั้น เวียดกงเป็นพระเอก รัฐบาลเวียดนามใต้เป็นผู้ร้าย รวมถึงบรรดาพันธมิตรด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา แล้วประเทศไทยละ ผู้ร้ายเหรอ ? ข้าพเจ้าคิดว่า เวลาคนอเมริกันที่ได้ไปชม War Remnants Museum นั้น ถ้